
ในที่สุดก็มาถึงตอนสุดท้ายของซีรี่ย์นี้ซักที! ในตอนนี้จะมาทำ Raspberry Pi ให้เป็น Media Server สำหรับสตรีมไฟล์หนัง/เพลงภายในบ้านกันครับ
1. เริ่มต้นด้วยการติดตั้ง MiniDLNA Server กันก่อน
[code language=”bash”]sudo apt-get install minidlna[/code]2. install เสร็จแล้วเปิดไฟล์ config ขึ้นมาแก้ไข
[code language=”bash”]sudo nano /etc/minidlna.conf[/code]เลื่อนลงไปจนกว่าจะเจอบรรทัดที่เขียนว่า media_dir= ตรงนี้ให้ใส่ path ที่เราต้องการเพิ่มลงไปได้เลยครับ กี่อันก็ได้ โดย A= เพลง P=รูป V=วิดีโอ

เสร็จแล้วเลื่อนลงมาบรรทัดที่เขียนว่า inotify ให้แก้เป็น inotify=yes ตรงนี้คือถ้ามีการเพิ่มไฟล์ใหม่ลงไปใน hdd ที่เราใส่ไว้ด้านบนจะอัพเดทโดยอัตโนมัติ แล้วเลื่อนลงมา notify_interval ให้แก้เป็น notify_interval=300 หรือเท่าไร่ก็ได้ตามใจโดยหน่วยเป็น วินาที ถ้าเป็น 300 ตามตัวอย่างก็จะอัพเดททุกๆ 5 นาที


ถ้าไม่ตั้ง inotify=yes เวลาเพิ่มไฟล์ใหม่ต้องลบแล้วก็สร้างไฟล์ db ใหม่ทุกครั้งครับ
3. เข้าไปแก้ไฟล์ sysctl.conf
[code language=”bash”]sudo nano /etc/sysctl.conf[/code]เลื่อนไปที่บรรทัดสุดท้ายเขียนเพิ่มไปว่า
[code language=”bash”]fs.inotify.max_user_watches=65536[/code]
ที่เราเพิ่มไปด้านบนนี้เพราะค่า default มันแค่ 8 พันกว่าไฟล์ ถ้าไฟล์ media เรามีเยอะกว่านั้น inotify ที่เราทำในข้อ 2 มันจะไม่อัพเดท db ให้อัตโนมัติครับ ทำให้ต้องมานั่งสร้างไฟล์ db ใหม่เอง
จากนั้นเซฟแล้วออกมาที่ shell
4.รันคำสั่งด้านล่างนี้เพื่อทำการสร้างไฟล์ db
[code language=”bash”]sudo service minidlna force-reload[/code]เปิดเข้าไปดูใน browser ได้ว่าเสร็จหรือยังโดยเข้าไปที่ http://<ip>:8200 กด refresh ดูจะเห็นว่าตัวเลขกำลังอัพเดทเรื่อยๆ หยุดเมื่อไหร่ก็คือเสร็จแล้ว

สำหรับ Client ก็ลงตามที่ชอบเลยครับทั้งในมือถือหรือคอมฯ มีให้เลือกเยอะแยะเลยในมือถือ/แทบเล็ต VLC ก็รองรับ ในคอมฯ ผมใช้ XBMC ก็ดูได้ลื่นไม่มีปัญหา โดยเลือก add Server แบบ UPnP นะครับ
เป็นเป็นอันจบซีรี่ย์ “ลองเล่น Raspberry Pi” ซักที เราทำอะไรกันไปบ้าง?
- ติดตั้ง OS Raspbain
- mount HFS+ partition ให้อ่านเขียนได้
- แชร์ไฟล์กับ OSX โดยใช้ Netatalk
- ตั้ง Static IP ให้กับ Pi
- ติดตั้ง Web Server โดยใช้ Apache2 PHP5 และ MySQL
- ติดตั้ง phpmyadmin
- ติดตั้ง Deluge สำหรับโหลดบิท
- ติดตั้ง MiniDLNA เพื่อทำเป็น Media Server
แต่เกี่ยวกับ Pi ยังไม่หมดแค่นี้นะครับเพราะผมมีเอามาใช้งานเพิ่มอีกเดี๋ยวไว้ทยอยเขียนต่อ