วันแรกเริ่มด้วยการเดินทางจากไทยมาญี่ปุ่นกับทัวร์ Big world ด้วยสายการบินเดลต้าแอร์ไลน์ นัด 3.30 น. ไปถึงสุวรรณภูมิตั้งแต่ 2.00 น. พอดีว่ามีคูปองสำหรับซื้ออาหาร-เครื่องดื่มฟรีของ TMB อยู่ 500 บาท เลยไปเดินหาว่าร้านไหนรับบ้างกับแฟน เดินรอบแรก..หาไม่เจอซักร้านเลยแฮะ = = เดินจนสุดเจอเคาท์เตอร์แลกเงินของ TMB เลยไปถามเค้าว่ามีร้านไหนรับไอ้คูปองพวกนี้บ้าง? ที่เคาท์เตอร์ก็ตอบว่าจำไม่ได้ให้หาสัญลักษณ์คูปองที่หน้าร้านเอา ก็นึกในใจว่าก็เมื่อกี๊เดินจนครบรอบแล้วไม่เจอซักร้านเลยนี่หว่า ทีนี้พอเดินกลับก็มองๆ ดูใหม่อีกที…อ้าวนี่ไงร้านนี้รับ เดินไปอีกหน่อย..อ้ะ ร้านนี้ก็รับ เดินๆ ไปจนครบรอบปรากฏว่ามีประมาณ 6-7 ร้านที่รับ แล้วทำไมตอนแรกมองไม่เห็นหว่า = =;;
พอรู้ว่ามีร้านไหนรับบ้างแล้วก็กลับขึ้นไปพาป๊าม๊ามาเดินดูว่าจะซื้ออะไร เดินจนครบรอบแล้วก็มาจบที่ Black Canyon ตอนนั้นส่วนของร้านพวกขายอาหารยังไม่เปิด เปิดแค่ตรงที่ขายน้ำกับพวกเบเกอรี่นิดหน่อย ซึ่งก็เพียงพอแล้วเพราะแค่อยากจะหาอะไรรองท้องนิดหน่อยเท่านั้น สรุปว่าใช้คูปองซื้อน้ำมา 4 ขวด แซนวิช 2 ชิ้น
หลังจากรอ ร๊อ รอ หัวหน้าทัวร์ก็มาอย่างช้าเลย กว่าจะโหลดกระเป๋าเสร็จ ก็เกือบตี 4 ได้ตั๋วมาพนักงานบอกว่าเครื่องออก 5.05 น. แล้วพนักงานบอกว่าออกเร็วกว่าเดิม 15 นาที พอได้ตั๋วเสร็จก็รีบเดินไปที่ตม. แม่งเสือกเปิดแค่ช่องเดียวแต่มีคนยืนรออยู่ล้านแปด กว่าจะเปิดเพิ่ม กว่าจะพ้นตม. แม่งตี 5 กว่าละ ระหว่างเดินไปเกทแม่งโคตรฉุนเลย มาถึงก่อนใครเพื่อนถ้าตกเครื่องนะมึ้งงง น่าดูแน่ทัวร์นี้
ขึ้นเครื่องได้ กว่าจะบินก็ 6 โมงกว่าละ ได้ยินกัปตันพูดแว่วๆ ว่าจะใช้เวลาบิน 4 ชม. หรือไงเนี่ย เราก็เฮ้ยในใจว่าได้ด้วยเหรอวะ ปรกติก็ 6 ชม. แล้ว ปรากฏว่าถึงนาริตะใช้เวลาบิน 5 ชม. รู้สึกว่ากัปตันคนนี้เอาเครื่องขึ้นลงใช้ได้นะ
อยู่บนเครื่องกะว่าจะนอนซักหน่อย แม่งเพิ่งบินได้ชั่วโมงกว่าแม่งปลุกกินข้าวละ นอนได้อีกหน่อยก็ของว่าง คุณพี่รู้มั้ยว่ากว่าพ้มจะหลับได้มันลำบากขนาดไหน แสรดดดดด
ตอนเครื่องแลนดิ้งกุ๊กหันมาบอกว่า
กุ๊ก: พี่เค้าปวดฉี่
พี่: เหรอ
กุ๊ก: แต่ฉี่ไม่ออก
พี่: อืม
พี่: พี่ปวดขี้อ่ะ
กุ๊ก: …
พี่: จะออกแล้วด้วย
กุ๊ก: ( ゚д゚)
พอลงเครื่องไม่หยุดรอใครละ ขอไปเข้าห้องน้ำก่อนล่ะรีบวิ่งไปขี้แทบไม่ทัน ซี้ดดดด โชคดีว่าที่นั่งอยู่ใกล้ทางออกเลยได้ลงเร็ว ไปถึงห้องน้ำยังไม่มีคนมาเลย พอนั่งได้ซักพักได้ยินเสียงคนเต็มห้องน้ำเลย
หลังจากนั้นก็เดินไปเอากระเป๋า พอเดินออกมาด้านนอกก็จะไปเอา pocket wifi ที่เช่าไว้โดยไปรับที่ไปรษณีย์ที่สนามบิน เดินไปกับหน. ทัวร์เพราะเช่าไว้เหมือนกันแต่ว่าคนละเจ้านะ กว่าจะหา post office ที่อยู่ชั้น 4 เจอ ถามทางหลายรอบมากแถมดันไม่เหมือนกับในแผนที่ที่ให้มาซะอีก.. (หรือเหมือนแต่เราดูไม่เป็นนะ = =;; ) พอหยิบ passport มาเท่านั้นแหละ เฮ้ย.. ของม้านี่หว่า! ต้องรีบวิ่งกลับลงไปเปลี่ยนที่ชั้น 1 อีก เหนื่อยโฮก!
พอได้ pocket wifi มาก็เดินลงมาข้างล่างปรากฏว่าไกด์พาคนอื่นๆ เดินไปที่รถแล้ว หัวหน้าทัวร์ก็โทรถามไกด์ว่ารถจอดอยู่ที่ไหน แล้วก็รีบๆ เดินไปที่รถ ปรากฏว่าถึงก่อนคนอื่นๆ ซะอีก
ขึ้นรถไปถามกุ๊กว่าง่วงมั้ยนอนก็ได้นะ ก็ได้รับคำตอบกลับมาว่าไม่ง่วง เค้าจะดูวิวดูบ้านเมืองเค้าว่าเป็นยังไง แล้วหัวหน้าทัวร์ก็บอกว่าจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมงก็เลยกะว่าจะหลับซะหน่อยก็ดันไม่หลับซะนี่ ส่วนคนที่บอกว่าไม่ง่วงน่ะเหรอ..หันไปอีกทีหลับไปแล้ว =w=
ที่แรกที่ไปคือ Aqua Museum ที่เป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำในโยโกฮาม่าก็เดินดูอะไรได้ไม่ค่อยเเยอะเท่าไหร่หรอก เดินผ่านๆ ถ่ายรูปก็ไม่ค่อยได้เพราะมันมืดมากแล้วก็ห้ามใช้แฟลชด้วย แต่สิงโตทะเล หมีขั้วโลกแล้วก็เพนกวินมันน่ารักมากเลยล่ะ แล้วก็ไปดูโชว์แมวน้ำ, โลมา, สิงโตทะเล ก็เรื่อยๆ เพลินๆ สนุกดี
ต่อจากนั้นก็ไปกินข้าวที่พิพิธภัณฑ์ราเมงในโยโกฮาม่า ครั้งที่แล้วมาแต่ไม่ได้กินคราวนี้ได้กินสมใจซะที ก่อนถึงก็นั่งเลือกกันบนรถว่าจะกินอะไรกันดี พอเข้าไปเหมือนจะหาไม่เจอซะนี่ แต่ก็ยังดีที่เจอนะ (ในโบรชัวร์เป็นร้านเบอร์ 6 จำชื่อไม่ได้ละ) แต่ร้านคนเยอะเพราะมีทัวร์คนไทยกรุ๊ปอื่นมาลงเหมือนกัน นั่งรอนานหน่อย พอได้กินก็อร่อยดีใช้ได้ กุ๊กซดซะเรียบเหมือนเดิมแสดงว่าอร่อยจริงนะ อิอิ
หลังจากนั้นก็เดินทางไปที่โรงแรม วันนี้ค่อนข้างเหนื่อยทีเดียวเพราะว่าแทบไม่ได้นอนเลย ถึงห้องก็อาบน้ำอาบท่าเสร็จแล้วก็นอนเลย..แต่ก็นอนไม่ค่อยหลับอีกอยู่ดี หลับๆ ตื่นๆ ทั้งคืนเลย แล้วดันมาตื่นเอาตอนตี 3 แล้วก็นอนต่ออีกไม่หลับแล้วกลายเป็นว่าเหมือนไม่ได้นอน 2 วันเลย วันต่อไปเลยเที่ยวแบบเพลียสุดๆ
รูปอื่นๆ ดูเพิ่มเติมได้ที่
กล้อง GF1 http://www.flickr.com/photos/lazydog-lazydog/sets/72157633276142444/
กล้อง LX3 http://www.flickr.com/photos/lazydog-lazydog/sets/72157633272588073/





