
Poster รถไฟฟ้ามาหานะเธอ
อำนวยการสร้าง : จิระ มะลิกุล, เช่นชนนี สุนทรดารทูล, สุวิมล เตชะสุปีนัน, วรรณฤดี พงษ์สิทะศักดิ์
ดำเนินงานสร้าง : บริษัทจอกว้างฟิลม์
ผู้กำกับ : อดิสรณ์ ตรีสิริเกษม
บทภาพยนตร์ : เบ็ญจมาภรณ์ สระบัว, นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์, อดิสรณ์ ตรีสิริเกษม
กำกับภาพ : สมบูรณ์ พิริยะภักดีกุล และ จิระ มะลิกุล
ลำดับภาพ : วิชชพัชร์ โกจิ๋ว, ธรรมรัตน์ สุเมธศุภโชค, ปนายุ คุณวัลลี
ออกแบบงานสร้าง : โสภณ พูลสวัสดิ์
ออกแบบเสียง : Apollo Lao2001, หัวลำโพง ริดดิม
ออกแบบเครื่องแต่งกาย : สุธี เหมือนวาจา
นักแสดง : ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์, คริส หอวัง, อังศุมาลิน สิรภัทรศักดิ์เมธา
รถไฟฟ้ามาหานะเธอ น่าจะเรียกได้ว่าเป็นหนังรักให้กำลังใจ(สาว)คนที่ยังไม่มีคู่ เพราะหนังรักส่วนใหญ่จะเป็นชายจีบหญิงมากกว่า แต่เรื่องนี้เป็นหญิงจีบชาย!?
ทำไมถึงเรียกว่าหนังรักของคนโสด? ในเมื่อมันก็เป็น romantic comedy เหมือนเรื่องอื่นๆ..เอ ไม่รู้สิครับ แต่ผมรู้สึกอย่างนั้นอ่ะ (กำปั้นทุบดินจริงๆ) คือเรื่องอื่นๆ รู้สึกว่าต้องไปดูกับแฟน คนโสดไปดูก็มีแต่เศร้าที่ไม่มีคู่(อย่างนั้นบ้าง) แต่เรื่องนี้รู้สึกว่ายังไม่มีแฟนก็ดูสนุกได้ และบางคนบอกว่าดูจบแล้วทำให้อยากหาคู่อีกต่างหาก!!
กระแสหนังเรื่องนี้แรงมาก จนผมนึกว่าหนังมันเข้าโรงนานแล้วด้วยซ้ำ เพราะได้ยินคนพูดถึงก่อนที่หนังเข้าร่วมเดือนหรือเป็นเดือนได้เลยมั้งเนี่ย
และใน “ตัวอย่างหนัง” ยังมีหล่นประโยคเด็ดเช่น “เพราะอยู่กับพวกมึงไง ถึงไม่มีใครมาจีบ” ซึ่งน่าจะไปกระแทกใจสาวน้อยสาวใหญ่ติดเพื่อนที่ยังโสดอยู่หลายคน
หรือ “แฟนเค้าไม่ได้มีไว้ให้อยู่ด้วยกันตลอดเวลา แต่มีไว้ให้รู้ว่าอย่างน้อยก็ยังมีอีกคนนึงที่รักเราอยู่” ซึ้ง..
หรือ “ถ้าเวลากินข้าวต้องกินคนเดียว ไม่มีเวลาให้เรา ไม่ได้อยู่ด้วยกัน แล้วจะมีแฟนไปทำไม” แรง..
จากการสังเกตการณ์สิ่งที่ทำให้หนังกระแสแรงน่าจะเป็น
1. เป็นหนังแนว Romantic Comedy
2. ผู้หญิงจีบผู้ชายก่อน ไม่ค่อยมีใครทำ
3. มีประโยคเด็ดๆ หลุดออกมากับตัวอย่างหนังเยอะ ทำให้หลายคนอยากดู
4. ตัวอย่างหนัง โปสเตอร์ MV ต่างๆ ที่ออกมายั่วน้ำลาย
5. และขาดไม่ได้…เคน ธีรเดช = =;;;

ฉากในหนัง
หลายปากบอกว่าสนุกเป็นนักหนา เลยต้องยอมเสียเงินเข้าไปพิสูจน์ให้เห็นกับตาตัวเอง ;P โดยที่ผมไม่ได้ดูหนังไทยในโรงมานานมากแล้วเพราะรู้สึกเหมือนโดนหลอกทุกเรื่อง เดี๋ยวนี้ใช้วิธีโหลดมาดูก่อนถ้าสนุกก็ซื้อ DVD อีกที สำหรับในโรงก่อนเรื่องนี้ถ้าผมจำไม่ผิดน่าจะเป็น แสบสนิทศิษย์ส่ายหน้า
เกริ่นมาเยอะแล้ว เข้าเรื่องเลยดีกว่า ตั้งแต่บรรทัดนี้ไปคนที่ยังไม่ได้ดูแล้วคิดว่าจะไปดู ไม่ต้องอ่านนะครับ สปอยล์แน่นอน ^^;;
เรื่องย่อผมไม่พูดถึงนะครับ น่าจะหาอ่านได้จากหลายๆ เว็บอยู่แล้วไม่อยากจะไปก็อปมาลงอีก = =;;
ขอเขียนเป็นแบบ Review จากความรู้สึกแล้วกัน เรื่องนี้จะว่าไปก่อนเข้าโรงผมตั้งความหวังไว้ว่ามันจะสนุกอยู่เยอะเหมือนกัน เนื่องจากกระแสมันแรงมากแทบจะไม่มีคนบอกว่าไม่สนุกเลยด้วยซ้ำ
ตัวหนังทำได้ดีตั้งแต่เริ่มเรื่องเลยทีเดียว มีการหยอดมุขได้ตลอดเรื่องและมุขตลกที่ใช้ไม่ได้เป็นแบบตลกหยาบคายแบบหนังที่ตลกหลายๆ คนกำกับ (อันนี้ไม่ได้กระทบชิ่งนะครับ ผมด่าตรงๆ เลย หึหึ) ให้ตลกที่”มีโอกาส”ได้กำกับหนังรู้ซะบ้างว่าไม่ต้องตลกหยาบคายหรือป่าเถื่อน คนดูก็หัวเราะได้นะครับ

พาศิราณีมาดูตัว แต่ดันจะโดนคาบไปกินซะงั้น
การเดินเรื่องทำได้กระชับ ไม่ยืดยาด นอกจากลุงกับลี่แล้วตัวละครแต่ละตัวมีบทพอๆ กัน ไม่มีใครเด่นขึ้นมาจนรู้สึกว่าเป็นตัวประกอบกันหมดเลย = =;
และยังมีนักแสดงจาก GTH มาแจมกันเพียบ ไม่รู้ว่ากี่คนไปนั่งนับเอาเองนะ แต่ผมว่า สตีเฟ่น เนี่ยมานิ่งๆ แต่ขโมยซีนที่สุดแล้ว = =;
สำหรับตัวผมแล้วหนังสนุกตั้งแต่เริ่มเลยครับ แต่มาสุดที่เริ่มวันสงกรานต์ซะอย่างงั้น
จากการวิเคราะห์ผ่านรอยหยักในสมองน้อยๆ แล้วน่าจะเป็นเพราะหมดช่วง comedy เข้าสู่ช่วงโรแมนติก..และคงต้องบอกว่ามันโรแมนติกไม่พออ้ะ

ฉากนั่งแท็กซี่เที่ยวตอนกลางคืน
ลำดับความตั้งแต่เลิกเล่นน้ำก็จะได้ดังนี้.. ลี่ไปหาลุงที่เกสเฮาส์ หลังจากนั้นไปนั่งรถ(แท็กซี่)เล่นตอนกลางคืน เล่นถามตอบคนละคำถาม แล้ววันต่อมาก็ไปดูโรงซ่อมบำรุงรถไฟฟ้า เกิดเหตุการณ์ให้ลี่งอนลุง หลังจากนั้นลี่ก็ไปปรึกษาเป็ด แล้ววันต่อมากลับมาบอกตัดความสัมพันธ์กับลุง (ผมรู้สึกว่าเร็วและน้อยมากเลยกับบทโรแมนติก)
วันรุ่งขึ้นลุงต้องไปเยอรมัน แต่ยังฝากลังเอาไว้ให้เจื่อนเอามาให้ลี่ ซึ่งผมว่าหลายคนก็คงจะเดากันถูกว่าจะเล่นมุขไหนให้มันซึ้ง = =;
จนสุดท้ายต้องรีบไปที่สนามบินเพื่อจะส่ง, ร่ำลา, หรือปรับความเข้าใจก็ไม่ทราบได้..เพราะไปไม่ทัน!! (เครื่องออก ๘ โมง เจ๊ไปถึง ๑๐ โมงคงทันน่ะ..) จนเป็นที่มาของอีกประโยค “ถ้าเป็นหนังรักมันต้องทันไม่ใช่เหรอ ฮือๆๆ”
ทั้งคู่จากกันไปแต่ชีวิตก็ยังดำเนินต่อไป ผ่านไป ๒ ปีกว่า ทั้งคู่มาพบกันอีกครั้ง ตรงนี้ผมรู้สึกถึงความกระอักกระอ่วนที่เหมยลี่แสดงออกมาจริงๆ คือก่อนจะจากกันดันไปพูดไว้ซะขนาดนั้น แถมยังไม่ได้ปรับความเข้าใจด้วยซ้ำ และอีกอย่างก็คือ..ต่างคนต่างไม่ได้ติดต่อกันเลย ดังนั้นอีกฝ่ายอาจจะมีแฟนไปแล้วก็ได้ใครจะรู้
หลังจากแสร้งทำเป็นเฉยชาต่อกัน ก็เป็นฝ่ายชายบ้างที่เป็นฝ่ายรุกก่อน หลังจาก ๒ ปีที่แล้วยกให้เป็นหน้าที่ฝ่ายหญิง
หนังจบแบบ Happy Ending แต่ก็อย่างที่บอกว่ามันเร็วและกระชับมากเกินไปในช่วงหลัง ทำให้มันรู้สึกไม่สุดยังไงก็ไม่รู้ หลังดูจบผมเดาว่าคงพูดกันถึงมุขน่ารักๆ ในเรื่องมากกว่าส่วนที่เป็นโรแมนติกแน่ๆ

รูปนี้น่ารักดีแฮะ 🙂
สรุปหนังเรื่องนี้ ดีครับ..แต่ไม่สุด ในส่วน comedy สอบผ่านฉลุย มุขหล่นแบบเก็บไม่ทันเลยทีเดียว แต่ romantic สอบตก เพราะน้อยแถมมุขเดิมๆ ไม่แปลกใหม่(เดาได้) = =;
คะแนน : ***1/2
ปล.๑ ผมสงสัยว่าในเรื่องนี้นั่งแท็กซี่เยอะกว่ารถไฟฟ้ารึเปล่านะ!?
ปล.๒ ประโยคจากหนังผมจำไม่ได้เป้ะๆ นะครับ แต่ก็ประมาณนั้นแหละ ;P