จากตอนที่แล้วเมื่อคืนนี้นอนหลับๆ ตื่นๆ สุดท้ายมาตื่นเอาตอนตี 3 เลยเหมือนไม่นอนเลย วันนี้เริ่มต้นด้วยไปไหว้พระใหญ่คามาคุระหรือภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า ไดบุตสึคามาคุระ นอกจากพระใหญ่กับร้านขายของที่ระลึกแล้วก็ไม่มีอะไรเลย ต่อจากนั้นนั่งรถต่ออีก 2 ชั่วโมงเพื่อไปกินข้าวที่ร้านอาหารที่เป็นเหมือนเบนโตะเซ็ตซึ่งเป็นร้านเดิมกับที่เคยกินเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งก็กินไม่ลงเหมือนเดิมเพราะมันชืดมากๆ แต่แม่ผมซื้อแอปเปิ้ลกับสตอเบอร์รี่ที่อยู่ใกล้ๆ กับร้านกินข้าวก็อร่อยดีนะโดยเฉพาะแอปเปิ้ล ลองปอกกินเสร็จแล้วถึงกับต้องซื้อเพิ่มเลยทีเดียว
หลังจากกินข้าวเสร็จก็ไปเดินช้อปปิ้งที่โกเทมบะ เอาท์เล็ทซึ่งเป็นของแบรนด์เนมที่ลดราคาหรือไม่ก็ปลอดภาษี บางแบรนด์ลดแล้วก็ยังแพงจนไม่มีปัญญาซื้ออยู่ดีนั่นแหละครับ มี Gap ที่น่าสนใจหน่อยเพราะลดถึง 50% เลยทีเดียวมีเวลาเดิน 2 ชั่วโมงเลยต้องรีบๆ เดินกันหน่อย ตรงนี้แฟนผมก็แยกไปเดินกับพ่อแม่และน้าของผมเพื่อคอยช่วยดูทางเวลาเดินเข้าร้านโน้นร้านนี้เดี๋ยวจะหลง ส่วนผมก็มาเดินกับน้อง เริ่มมาก็กางแผนที่ดูก่อนเลยว่ามีร้านไหนน่าเข้าบ้างแล้วก็เดินดูให้ทั่วๆ ทุกร้าน
ดูๆ แล้วร้านที่ผมสนใจคิดว่าจะได้ของก็มีอยู่ไม่กี่ร้าน อย่างเช่น Adidas, Nike, Bose, G-Shock, Nikon, Gap แล้วก็พวกร้านเสื้อผ้าอื่นๆ ส่วนใหญ่ก็เดินแวะเข้าไปดูแต่ก็ไม่ได้อะไรกลับออกมาเพราะถึงลดแล้วก็ยังเรียกว่าแพงอยู่ดี พอเดินดูผ่านๆ ครบทุกร้านแล้วสุดท้ายก็ตัดสินใจกลับไปที่ Bose เพราะน้องผมจะซื้อ Bose Soundlink ซึ่งเป็นลำโพงแบบพกพาเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth เสียบปลั๊กได้ใช้แบตได้ เสียงก็ค่อนข้างโอเคและดังใช้ได้ เบสก็เยอะอยู่เหมือนกันครับ ราคาลดทุกสิ่งอย่างแล้วอยู่ที่ 28,500 เยนก็ราวๆ 8,000 บาท เห็นว่าเข้าไทยอยู่ที่ประมาณ 12,000-13,000 บาท ออกจากโกเทมบะ เอาท์เล็ตประมาณ 16.00 น.
จากนั้นเดินทางต่อไปที่โอชิโนะฮัคไคที่ว่ากันว่าเป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่เกิดจากการละลายของหิมะบนภูเขาไฟฟูจิของแท้มี 7 บ่อและมีแบบสร้างขึ้นมาเอง 1 บ่อรวมเป็น 8 บ่อ แต่เปิดให้นักท่องเที่ยวชมแค่ 1 บ่อเท่านั้น (ไม่รู้ว่าเป็นบ่อที่สร้างเองรึเปล่านะ ฮ่าๆๆ) น้ำในบ่อนี้เค้าว่ากันว่าเพราะผ่านชั้นหินดินทรายผุดขึ้นมาจึงเหมือนกับว่าผ่านการกรองจากธรรมชาติแล้วสามารถดื่มได้เลย น้ำมีน้ำหนักเบากว่าปรกติทั่วไป แน่นอนว่าผมก็ไปลองดื่มมาเหมือนกัน…ถามว่ามันต่างจากน้ำทั่วไปมั้ย? ผมก็ว่าต่างนะมันรู้สึกว่าสะอาดกว่าปรกติแบบรู้สึกได้เลยน่ะครับ ที่ว่าเบาก็คิดว่ามันเบาจริงๆ เหมือนกันนะ
แต่นอกจากบ่อน้ำนี้แล้วที่นี่ก็ไม่มีอะไรแล้วล่ะครับ (อ้อ..มีร้านขายของที่ระลึกอีกอย่างแต่คงไม่ต้องนับหรอกเนอะ) ถ้ามีที่เที่ยวที่อื่นก็ไม่ต้องเสียเวลามาชิมน้ำก็ได้ครับ จริงๆ ตามโปรแกรมวันนี้จะต้องไปที่หมู่บ้านอิยาชิโนะซาโตะ เนนบะแต่เวลามันไม่ทันแล้วหัวหน้าทัวร์จึงจะย้ายไปตอนเช้าของวันพรุ่งนี้แทน
หมดโปรแกรมวันนี้แล้วก็กลับเข้าที่พัก คืนนี้ก็ยังนอนที่โยโกฮาม่าอีก 1 คืนแต่คนละโรงแรมกับคืนแรกนะครับ คืนนี้เป็นโรงแรมแบบเรียวคัง(แบบที่นอนบนพื้นเสื่อตาตามิ) มื้อเย็นเป็นบุฟเฟต์ขาปูยักษ์ซึ่งกินที่โรงแรมนี้เลยและมีบ่อออนเซ็นให้แช่ ขาปูยักษ์รอบนี้บอกตรงๆ ว่าแย่กว่าปีที่แล้วครับ เพราะปีที่แล้วไปกินที่ร้านอาหารและเป็นบุฟเฟต์นอกจากขาปูแล้วก็ยังมีอย่างอื่นให้กินอีกเยอะ ไม่ว่าจะเป็นพวกของย่างหรือว่าซูชิ ของทอดอะไรพวกนี้ แต่นี่กินที่โรงแรมอาหารบุฟเฟต์ของโรงแรมก็ค่อนข้างจะจัดว่าห่วยเลยทีเดียว ปูก็ไม่ค่อยอร่อยเท่าไหร่ครับ ไม่เหมือนปูบ้านเรานะเมนูขาปูยักษ์ของทัวร์ญี่ปุ่นนี่เนื้อมันจะออกเค็มๆ ไม่หวาน
พอกินอิ่มผมก็เตรียมตัวจะลงแช่ออนเซ็นล่ะ ที่มาญี่ปุ่นก็เพื่อการนี้โดยเฉพาะเลย สำหรับคนไทยแก้ผ้าหมดแล้วลงไปแช่น้ำก็คงจะอายๆ กันนะครับ เมื่อปีที่แล้วผมก็อายๆ เหมือนกันแต่พอได้ลงไปแช่แล้วมันติดใจครับ ไม่องไม่อายมันละอยากแช่ให้มันสบายตัวหลังจากทำงานเหนื่อยมาทั้งปี ปีที่แล้วที่ไปแช่นี่คนญี่ปุ่นเต็มเลยครับ เหมือนกับว่ามีนักเรียนมาทัศนศึกษาด้วยเพราะในบ่อออนเซนนั้นมีทั้งผู้ใหญ่ทั้งเด็กวัยรุ่นประมาณม.ปลาย แล้วก็มีเด็กเล็กๆ ประมาณชั้นประถมด้วย
กลับมาที่ปีนี้ผมเดินไปดูลาดเลาก่อนที่นี่มีทั้งแบบ indoor และ outdoor ผมก็เดินไปดูที่ด้านนอกก่อนเลยเพราะว่าเมื่อปีที่แล้วเคยแช่แบบ indoor แล้วมันรู้สึกอึดอัดครับเพราะมันร้อนมากแล้วไอร้อนมันก็เต็มห้องเลยหายใจไม่ค่อยออกพอออกไปด้านนอกก็รู้สึกว่ามันโปร่งเย็นสบายดี พอเห็นที่ด้านนอกไม่มีใครอยู่เลยซักคนเดียวผมกับน้องก็รีบวิ่งกลับไปที่ห้องคว้าผ้าเช็ดตัวแล้ววิ่งมาที่ห้องอาบน้ำทันทีเพราะว่าอยากแช่ตอนไม่มีคนเหมือนกัน
พอนั่งแช่ไปซักพักก็เริ่มมีคนแว่บๆ มาดูลาดเลาเหมือนกัน ซึ่งดูแล้วก็เหมือนกับว่าเค้าจะรอให้พวกผมแช่กันเสร็จก่อนแล้วจะมาแช่ต่อซึ่งก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ เพราะพอแช่เสร็จแล้วผมก็ออกมานั่งด้านนอกคอยดูว่าจะมีใครมามั้ย อิอิ (เค้าจะมีจัดที่เอาไว้ให้นั่งชิล) พอแช่เสร็จจากอากาศหนาวๆ เย็นๆ กลายเป็นไม่หนาวเลย(เพราะตัวเราร้อน) แต่พอนั่งอยู่ด้านนอกซัก 20-30 นาทีอุณภูมิร่างกายก็เริ่มกลับเข้าที่เหมือนเดิมละ
แช่ตอนกลางคืนยังไม่ค่อยสะใจเท่าไหร่ครับเพราะน้องผมมันเรียกขึ้นตลอดเลยทั้งที่เพิ่งแช่ได้ไม่นานเอง เลยกะว่าตอนเช้าจะมาซ้ำอีกที ไกด์ญี่ปุ่นบอกว่าบ่อเปิดตอนตี 4 เลยกะว่าเดี๋ยวตี 4 ครึ่งจะลุกมาแช่อีกทีเพราะมีแค่วันนี้วันเดียวเท่านั้นต้องเอาให้คุ้มซะหน่อย อิอิ
ดูรูปอื่นๆ ได้ที่
กล้อง GF1 http://www.flickr.com/photos/lazydog-lazydog/sets/72157633283105460/








