สองอาทิตย์ที่แล้วได้ไปดู Toy Story 3 แบบ 3D มาซึ่งเป็นเรื่องแรกเลยด้วยที่ได้ดูแบบ 3D และจะขอบอกว่าถ้าเลือกได้ต่อไปจะไม่ดูแบบ 3D อีกแล้ว…ไม่ใช่เพราะว่าปวดหัว ปวดตา หรือว่าหนังทำมาไม่ดีหรอกนะ แต่..มันใส่ซ้อนกับแว่นสายตาไม่ได้อ่ะ ต้องนั่งจับแว่นไว้ตลอดเรื่องเลยเมื่อยแขนมาก = =;;
Toy Story 3 น่าจะเป็นภาคสุดท้ายของ series นี้(ไม่รู้ว่ามีประกาศแบบเป็นทางการว่าจะไม่ทำต่อแล้วรึเปล่า) เพราะเนื้อเรื่องและอารมณ์ในภาคนี้ก็จบได้สมบูรณ์ดีแล้ว
อ่ะ..ตามธรรมเนียม จัดเรื่องย่อไปก่อน เดี๋ยวไปเล่าต่อแบบสปอยล์ด้านใน
เรื่องย่อ:
ได้เวลาเปิดกล่องของเล่นอีกครั้ง กับทีมผู้สร้าง ทอย สตอรี่ ที่จะพาผู้ชมกลับเข้าสู่โลกอันสดใสของ วู๊ดดี้, บัซ และเหล่าแก๊งค์ของเล่นสุดโปรดของพวกเราใน ทอย สตอรี่ 3 วู๊ดดี้ และ บัซ ยอมรับความจริงที่ว่าวันหนึ่ง แอนดี้ เจ้าของพวกเขาจะต้องโตเป็นผู้ใหญ่ แต่จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อวันนั้นมาถึงล่ะ ในภาค 3 นี้ แอนดี้ จะต้องออกจากบ้านไปเรียนต่อมหาวิทยาลัย โดยที่เขาต้องทิ้งเหล่าของเล่นผู้ซื่อสัตย์ให้ตกอยู่กับอนาคตที่ไม่แน่นอน ของพวกเขาว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป พวกเขาจะถูกทิ้ง ถูกบริจาค หรือถูกเก็บไว้จนฝุ่นเกาะโดยไม่ถูกนำมาเล่นอีกตลอดไป แล้วพวกเขาจะต้องกับผจญภัยในรูปแบบไหนกันบ้าง และเหล่าของเล่นใหม่ ๆ ที่จะมาเพิ่มความสนุกในภาค 3 นี้ มีใครกันบ้าง ต้องตามไปลุ้นกันต่อในโรงภาพยนตร์
เนื้อหาต่อไปนี้อาจมีข้อความสปอยล์ ถ้ายังไม่ได้ดูและกลัวโดนสปอยล์อย่าเพิ่งอ่าน ไปดูมาก่อน…
เปิดเรื่องด้วยฉากที่แอนดี้จินตนาการในการเล่นกับของเล่นของเขา แล้วก็ลำดับการเติบโตพร้อมของเล่นมาเรื่อยๆ จนกระทั่งปัจจุบัน..
แอนดี้คงไม่ได้เล่นกับของเล่นของเขามานานซักพักแล้ว ดังนั้นพวกวู้ดดี้จึงวางแผนขโมยโทรศัพท์มือถือของแอนดี้มาไว้ในลังของเล่น จากนั้นก็โทรเข้าให้แอนดี้มาหาโดยหวังว่าหลังจากเห็นพวกตนแอนดี้อาจจะหยิบจับขึ้นมาเล่นอีกครั้ง แม้ซักนิดเดียวก็ยังดี…แต่ความหวังก็ต้องพังทลาย เพราะหลังจากที่แอนดี้เจอโทรศัพท์ก็ไม่ได้ใส่ใจพวกของเล่นในลังเลย
แอนดี้ต้องไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยและห้องของเขาจะกลายเป็นของน้องสาว แม่ของแอนดี้บอกให้เขาเก็บของเพื่อเตรียมตัวย้ายไปอยู่หอในมหาวิทยาลัย โดยให้เอาของที่จำเป็นไป ส่วนของที่จะเก็บไว้ให้เอาไว้ที่ห้องใต้หลังคา และอะไรที่ไม่เอาก็ให้ทิ้งใส่ถุงขยะ แล้วพวกของเล่นจะเอาไปขายใน ebay มั้ย
ทำให้แอนดี้โมโหและพูดกลับไปว่า “ของเล่นพวกนี้มันเก่าแล้ว ไม่มีใครอยากซื้อขยะพวกนี้หรอกน่าแม่”
พวกวู้ดดี้(ของเล่น)ได้ยินแบบนั้นก็เริ่มกังวลเกี่ยวกับอนาคตของตัวเองว่าจะไปจบที่กองขยะหรือไม่ ทันใดนั้นแอนดี้ก็เดินเข้าห้องมาและเริ่มเก็บของ
แอนดี้หยิบพวกของเล่นโยนใส่ถุงดำแทบทุกชิ้นรวมทั้ง บัซ ไลท์เยียร์ แต่ยกเว้น..วู้ดดี้ คาวบอยหนุ่มเพื่อนสนิทคนสำคัญของเขา เพราะเขาตั้งใจจะพาวู้ดดี้ไปเป็นเพื่อนผจญภัยกับชีวิตในมหาวิทยาลัยด้วย
พวกของเล่นอื่นๆ เริ่มตื่นตระหนกเพราะพวกเขากำลังอยู่ในถุงขยะและคิดว่าจะโดนแอนดี้ทิ้ง!
วู้ดดี้ผู้ซึ่งอยู่นอกถุงขยะได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด..แอนดี้กำลังจะเอาพวกของเล่นในถุงขึ้นไปเก็บในห้องใต้หลังคา เพื่อรอวันที่จะกลับมาเล่นกันอีกครั้ง..โดยครั้งหน้าอาจจะเป็นตอนที่แอนดี้มีลูกเลยก็ได้
แต่ก่อนที่จะเอาขึ้นไปเก็บน้องสาวของแอนดี้ก็เรียกให้แอนดี้ไปช่วยทำอะไรซักอย่าง แอนดี้จึงวางถุงไว้ที่ทางเดิน หลังจากแอนดี้เข้าไปในห้องน้อง แม่ก็เดินมาพอดีและนึกว่าเป็นถุงขยะที่แอนดี้จะทิ้งจึงหยิบเอาไปทิ้งที่ถังขยะหน้าบ้าน!
พวกเหล่าของเล่นก็นึกว่าโดนแอนดี้ทิ้งจริงๆ จึงเริ่มออกอาการงอน และหนีออกจากถุงขยะไปขึ้นรถเพื่อจะเป็นของบริจาคให้กับสถานรับเลี้ยงเด็กซันนี่ไซด์ ซึ่งวู้ดดี้ก็ตามไปเกลี้ยกล่อมว่าทั้งหมดเข้าใจผิด แต่ก็ไม่มีใครฟัง
ที่สถานรับเลี้ยงเด็กแถวบ้านของแอนดี้ ภายนอกดูสวยหรูสำหรับพวกของเล่น มีเด็กๆ มากมายกำลังเล่นกับของเล่น และเมื่อเด็กพวกนั้นโตขึ้น..ก็มีเด็กรุ่นใหม่มาเล่นกับพวกเขาแทน พวกเขาจะไม่มีวันเหงาอีกต่อไปเพราะจะมีเด็กๆ มาเล่นกับพวกเขาทุกๆ วัน
ที่นี่พวกเขาได้พบกับลูซโซ่ ตุ๊กตาหมีขาใหญ่ท่าทางใจดี อธิบายเรื่องราวต่างๆ ของสถานรับเลี้ยงเด็กให้พวกของเล่นฟัง
วู้ดดี้พยายามทัดทานสุดความสามารถแต่ก็ไม่สำเร็จจึงต้องกลับบ้านเพียงตัวเดียว..แต่ระหว่างทางที่จะกลับออกจากซันนี่ไซด์ก็บังเอิญไปเจอกับหนูน้อยขี้อายแต่ชอบเล่นของเล่นคนหนึ่ง(ขออภัยผมจำชื่อไม่ได้จริงๆ ^^; ) เด็กน้อยพาวู้ดดี้กลับไปเล่นที่บ้านของตัวเอง ซึ่งแม่หนูคนนี้มีวิธีเล่นกับของเล่นคล้ายกับแอนดี้มากๆ
ขณะเดียวกันบัซและเพื่อนๆ กำลังโดนพวกเด็กเล็กที่ยังเล่นของเล่นไม่เป็นรุมทึ้ง! ทั้งปา ดึง กระแทก ทุบ สารพัดจะเล่นกับแบบผิดวิธี
ตกเย็นหลังจากที่เด็กๆ กลับบ้านไปหมด พวกบัซต้องการย้ายไปอยู่ห้องเด็กโตที่พอจะเล่นของเล่นเป็นโดยบัซเป็นคนออกไปเจรจา แต่ก็ถูกลูซโซ่ล้างสมองกลายเป็นกัปตันอวกาศอีกครั้ง!
ทางด้านวู้ดดี้ก็พยายามหาทางออกจากบ้านหนูน้อยเพื่อกลับบ้านไปหาแอนดี้ ก่อนจะจากมาก็ได้บอกลากับเหล่าของเล่นของหนูน้อยที่เล่นกันมาเมื่อกลางวันและตบท้ายว่าหากได้ไปที่สถานรับเลี้ยงเด็กให้ฝากความคิดถึงเพื่อนๆ ของเขาด้วย และนั่นทำให้พวกของเล่นอื่นตกใจว่าวู้ดดี้หนีออกมาจากที่นั่นได้ยังไง ทำให้วู้ดดี้เริ่มรู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่ชอบมาพากลซะแล้ว
พวกของเล่นเล่าให้วู้ดดี้ฟังว่าที่ซันนี่ไซด์มีลูซโซ่เป็นขาใหญ่คอยควบคุมพวกของเล่นทั้งหมด! พวกของเล่นใหม่ๆ จะโดนบีบให้ไปอยู่ห้องเด็กเล็กและหลังจากนั้นไม่นานก็จะพังและโดนทิ้ง ก่อนที่ตุ๊กตาตัวตลกจะเล่าเรื่องในอดีตที่ทำให้ลูซโซ่กลายเป็นแบบนี้
หลังจากได้ฟังเรื่องราวทั้งหมด วู้ดดี้ตั้งใจกลับไปช่วยผองเพื่อนที่สถานรับเลี้ยงเด็กซันนี่ไซด์ และนี่คือการผจญภัยครั้งสุดท้าย!
เมื่อหนีออกมาได้ วู้ดดี้ บัซ และของเล่นอื่นๆ พากันกลับบ้านไปหาแอนดี้ ก่อนที่จะถูกยกขึ้นไปเก็บไว้ที่ห้องใต้หลังคา วู้ดดี้เกิดนึกอะไรได้บางอย่างจึงเขียนโน้ตไว้บนลังที่จะเก็บขึ้นห้องใต้หลังคา แต่ตัวเขาก็กลับไปเข้าลังที่จะเอาไปมหาวิทยาลัยไม่ทันด้วยเหมือนกัน
วู้ดดี้เขียนโน้ตให้แอนดี้เอาของเล่นไปบริจาคให้กับแม่หนูน้อยที่เก็บเขาไปเล่น เพราะคิดว่าพวกเพื่อนๆ ของเขาจะต้องสนุกกับการได้เล่นกับแม่หนูคนนี้…และแอนดี้ก็เห็นดีด้วยจึงยกลังของเล่นไปให้กับเด็กน้อยคนนี้
แอนดี้ส่งต่อของเล่นของตนให้กับเด็กน้อย โดยแนะนำทีละตัวๆ ที เร็กซ์ ตุ๊กตาไดโนเสาร์ขี้ตกใจ, แฮม กระปุกออมสินรูปหมูสีชมพู, นายและคุณนายโปเตโต้เฮด, เจ้าหมาสปริง สลิ้งกี้ด็อก, มนุษย์ต่างดาว ๓ พี่น้อง, เจสซี่ คาวบอยสาว และ บลูส์อาย ม้าคู่ใจ, บัซ ไลท์เยียร์ กัปตันอวกาศ และ..วู้ดดี้ คาวบอยเพื่อนซี้ที่โตมาด้วยกันตั้งแต่จำความได้ แบบรู้ได้เลยว่าเขาไม่เคยลืมพวกของเล่นพวกนี้เลยแม้แต่น้อย เพียงแต่เขาอาจจะไม่มีเวลาหรือโอกาสที่จะเล่นกับพวกเขาแล้ว
หลังจากส่งมอบของเล่นแอนดี้ก็อยู่เล่นกับเหล่าของเล่นกับหนูน้อยอีกครั้ง…เป็นครั้งสุดท้าย
ตอนเปิดเรื่องที่แอนดี้เล่นของเล่น..ตอนเด็กๆ ผมก็เล่นอารมณ์ประมาณนี้เหมือนกัน ปิ้วๆ เฟี้ยวๆ อยู่คนเดียวแต่จินตนาการไม่บรรเจิดเท่านี้ ฮ่าๆๆ
พวกทหารเขียวก็พอมี พวกตุ๊กตุ่นยางถ้ามีซัก ๒-๓ ตัวนะ นั่งเล่นอยู่คนเดียวได้เป็นชั่วโมงๆ เลย เห็นแล้วก็คิดถึงช่วงเวลาแบบนั้นจริงๆ
อารมณ์หนังช่วงท้ายมันเหงาปนเศร้ามากๆ ซึ่งปูมาตั้งแต่เริ่มเรื่องเลยทีเดียว สำหรับเด็กผู้ชายที่เล่นของเล่นคนเดียวคล้ายแอนดี้ ถ้าได้ดูแล้วจะต้องย้อนคิดถึงของเล่นของตัวเองตอนเด็กๆ แน่นอน ภาพที่เรากำลังเล่นกับพวกเขา ความสนุกตอนที่เล่นของเล่นเมื่อครั้งยังเป็นเด็ก การจินตนาการว่าพวกเขาก็สนุก และต้องเศร้าเมื่อเราโตขึ้นและไม่เล่นกับพวกเขาแล้ว มันเป็นอะไรที่บอกไม่ถูกเลยจริงๆ ครับ…
คะแนน ๔ ดาว




