aHuii.com

บล็อกของอาฮุย :)

๐๕๘ | เมืองโบราณ นานๆ (ต้อง)ไป(ซัก)ที

March 18th, 2011

บล็อกแรกของปีเลย..จริงๆ มีหลายเรื่องแต่ดันขี้เกียจเขียน เดี๋ยวไว้จะทยอยๆ เอามาลงย้อนหลัง = =;;

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ไปน่าจะเป็นครั้งที่สามในรอบ ๑๐-๑๒ ปี ประมาณว่า ๓-๔ ปีไปทีนึง ซึ่งก็ต้องบอกว่ามันไม่เหมือนเดิมกับทุกครั้งเพราะเท่าที่เห็นตั้งแต่ไปครั้งแรกคือ เมืองโบราณมีการสร้างหรือปรับปรุงใหม่ตลอดเวลา และตอนนี้ก็เช่นกัน..ถ้าเว้นไว้ซัก ๒ ปีแล้วไปใหม่อีกครั้งก็แน่ใจได้เลยว่าต้องมีอะไรเพิ่มขึ้นมาแน่ๆ

ครั้งแรกที่ไปตอนอยู่ม.ปลาย ก็เรียกว่ามีอยู่แค่นิดเดียวประมาณซัก ๑๐ กว่าที่ แล้วหลังจากนั้นตอนอยู่มหาวิทยาลัยก็ได้ไปอีกครั้งแต่ไม่ได้ไปเที่ยว ไปงานของชมรมร้านยาที่จัดในเมืองโบราณ ครั้งนี้ไม่ค่อยได้สังเกตว่ามีอะไรเพิ่มเติมแค่ไหนบ้างเพราะส่วนใหญ่ก็เป็นบูธ/ซุ้มของบริษัทยาต่างๆ และคนก็เยอะด้วย

แล้วก็เว้นไปอีกซัก ๓-๔ ปีได้ถึงจะได้ไปอีกครั้งซึ่งก็คือครั้งนี้นั่นเอง เดินทางมาถึงเมืองโบราณประมาณ ๑๐.๒๐ น. เริ่มตั้งแต่ทางเข้าไม่เหมือนที่มาครั้งแรกที่จุดจำหน่ายบัตรเป็นเหมือนซุ้มขายน้ำอัดลม แต่เป็นห้องแอร์ประตูแบบอัตโนมัติซะด้วย ราคาบัตรเข้าชมทั่วไป ๒๐๐ บาทต่อคน ถ้าเป็นคนสมุทรปราการให้แสดงบัตรประชาชนแล้วจะได้ลดครึ่งราคาเหลือ ๑๐๐ บาทต่อคน (ราคาก็แพงขึ้นนะเนี่ย เมื่อก่อนจำได้ว่าน่าจะประมาณ ๕๐ บาท) บัตรธรรมดาสามารถขี่จักรยานได้ฟรีเลย แต่ถ้าขี้เกียจถีบก็มีราคาขึ้นรถนำเที่ยวด้วยเหมือนกันถ้าจำไม่ผิดจะบวกไปอีก ๕๐ บาท รถนำเที่ยวจะมีไกด์พูดให้ฟังและจอดเป็นจุดๆ ด้านในสามารถขึ้นลงได้ตามจุดตลอดเวลา หรือจะเช่ารถกอล์ฟก็ได้มีอยู่ที่ด้านหน้าทางเข้านั่นแหละ แต่ราคาค่อนข้างสูงนิดนึง

หลังจากซื้อบัตรจะได้แผนที่มาด้วยแล้วไปเลือกจักรยานสำหรับขี่เข้าไป งานนี้ต้องหาแบบที่มีที่ซ้อนเพราะแฟนผมไม่อยากถีบ ซึ่งก็หายากหน่อยเพราะนอกจากจะน้อยแล้วจักรยานยังไม่ค่อยดีอีกด้วย คือถ้าขี่คนเดียวมันก็โอเคนะ แต่ถ้ามีคนซ้อนแล้วมันเหมือนจะดูก๊องแก๊งรับน้ำหนักไม่ค่อยไหวเท่าไหร่

ตอนที่กำลังเลือกจักรยานก็มีเจ้าหน้าที่ของเมืองโบราณมาขอถ่ายรูป และตอนที่กลับออกมาจะเห็นเค้าเอารูปที่เพิ่งถ่ายใส่กรอบมาวางขายเป็นของที่ระลึกอยู่ที่ทางเข้าอีกที (เข้าใจหากินนะเนี่ย ตอนแรกยังไม่รู้มารู้ตอนจะกลับนี่แหละ) และหลังจากยืนหาจักรยานอยู่ซักพักเจ้าหน้าที่ก็เดินเข้ามาถามว่า “ก็ขี่ไปคนละคันก่อนมั้ยล่ะ แล้วถ้าจะซ้อนก็ไปจอดทิ้งไว้ข้างในแล้วค่อยซ้อนกันก็ได้” “ฮะ?..ไปจอดทิ้งไว้ข้างในได้ด้วยเหรอครับ?” “เอ้า..ได้ซี่(ยิ้ม)” แต่สุดท้ายก็เลือกไปคันเดียว เอาล่ะ..เลือกจักรยานได้แล้ว ไปกันเลย!

จักรยานคันแรกที่เลือกมาจากทางเข้า

กางแผนที่ออกมาดู…โอ้ว อะไรกันเนี่ย! มันมาจากไหนเยอะแยะไปหมดตั้ง ๑๐๐ กว่าจุดแน่ะ เห็นแล้วแบบ..วันนี้จะดูหมดมั้ย ถ้าจะถ่ายรูปทุกจุดเลยนี่รับรองได้ว่าวันเดียวไม่พอแน่ๆ เลยตัดสินใจ..เอ้า ขี่ไปก่อนแล้วกัน

๐๕๒ | Believe it or Not เชื่อป่าว เชื่อป่าววว

November 22nd, 2010

ไปพิพิธภัณฑ์ Believe it or Not กับแฟนเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาครับ ออกจากบ้านประมาณเกือบๆ ๑๐ โมง ถึงที่ Royal Garden Plaza เกือบเที่ยง

ไปถึงก็เดินดูรอบๆ ห้างๆ หาของกิน ก็ได้ไปกินที่ Food wave ที่ชั้นบนสุด ทีแรกนึกว่าจะเป็น Food court แต่มันหรูกว่านั้น (ราคาก็โหดด้วย) ที่นี่จะต่างจากที่อื่นตรงที่รับบัตรก่อนจ่ายทีหลัง

ข้างในมีเป็นซุ้มขายอาหารแต่ใหญ่หน่อย แบ่งเป็นอาหารไทย อาหารอินเดีย อาหารอเมริกัน อาหารอิตาลี อาหารจีน แล้วก็อาหารเส้น (ไม่ยักกะมีอาหารญี่ปุ่นแฮะ..แต่ด้านนอกมี Zen อยู่) ดูปริมาณกับราคาแล้วไม่ค่อยน่ากินเลยอ่ะ แต่ด้านล่างที่เดินผ่านมามันก็ไม่ค่อยมีอะไรกินเหมือนกัน มีพวก KFC, Mc, Burger King ที่ไหนมันก็มี = =;;

หลังจากเดินดูประมาณสองรอบก็สั่งก๋วยเตี๋ยวกินคนละชาม ส่วนผมขอบวกพิซซ่าอีกชิ้นนึง เพราะไม่อิ่มแน่ๆ แต่เบิ้ลก็ไม่ไหวอ่ะชามละ ๘๐ แน่ะ พิซซ่าอีกชิ้นมัน ๗๕ แถมดูดีกว่า

ก๋วยเตี๋ยวน้ำ

เย็นตาโฟ

พิซซ่า

ตอนที่นั่งกินกันอยู่ด้านนอกแดดยังไม่มี ก็กะว่ากินเสร็จแล้วจะออกไปถ่ายรูปซะหน่อย แต่พอใกล้ๆ จะอิ่มแดดมันก็มา..อย่างกับรู้งั้นน่ะ เลยไม่ได้ถ่ายเลย เรื่องร้อนมันไม่เท่าไหร่แต่แสงมันจ้าลืมตาไม่ได้ รูปไม่สวยเนี่ยน่ะสิ

ดูแดดสิครับ

อิ่มแล้วก็เดินไปที่ Ripley ก็เดินสำรวจดูรอบๆ ก่อนว่ามีอะไรบ้าง กุ๊กเป็นคนกลัวผีพอเห็นตรงโกดังเก็บศพ(บ้านผีสิง)แล้วก็แหยงๆ กล้าๆ กลัวๆ ไม่อยากเล่น ส่วนที่เป็นหนัง ๔ มิติก็ดันมีคำเตือนว่าผู้เวียนหัวง่ายไม่ควรเล่น(ผมเวียนง่าย = =;) ทีแรกก็เลยว่าจะซื้อตั๋วแบบแยก แต่ดูราคาแล้วยังไงซื้อรวมมันก็ถูกกว่า ถึงจะเล่นไม่ครบก็เถอะ ก็เลยซื้อแบบรวมมา และอีกอย่างคือราคาคนไทยกับต่างชาติไม่เท่ากันนะครับ โดยราคาคนไทยพี่ท่านก็เล่นเขียนตัวเลขไทยเอาไว้ฝรั่งจะได้อ่านไม่ออก ต่างกันประมาณ ๑๐๐ บาทได้

Believe it or Not

ตั๋วแบบกำไล

เริ่มจากเบาๆ ก่อน เข้าไปดูใน Believe it or Not ก่อนที่แรก เข้าไปถึงก็งงเลย ก๊อกน้ำที่ไม่มีอะไรเลยแต่มีน้ำไหลออกมาได้ไง ไหลแรงด้วยสิ (แต่ตอนนี้คิดว่ารู้แล้วล่ะ) อันต่อมาก็เป็น Harp ไร้สาย ทริกก็คือใช้แสงเลเซอร์เป็นตัวจับว่าเราดีดตรงไหน เปลี่ยนได้หลายเสียงด้วย

น้ำมาจากไหน?

พอเดินเข้าไปด้านในก็เจอกับ Hologram ของ Robert Ripley นั่งอยู่ในห้องสมุดมาพูดเชิญชวนให้ดูผลงานของเขา ผมว่ามันก็เหมือนดีนะ และต่อมาก็เป็นพวกอุปกรณ์แปลกๆ โชว์อยู่ในตู้ตรงส่วนพวกนี้ไม่ค่อยอึ้งแบบ..เหยดดดด เท่าไหร่ อ่านเป็นความรู้ไปเรื่อยๆ

พอพ้นมาก็จะเป็นพวกรูปแปลกๆ หรือโจทย์คำนวนที่แปลกๆ อันนี้ก็สนุกดี หลังจากนั้นก็เดินขึ้นไปอีกชั้น

๐๓๙ | เที่ยวปีใหม่ ๔/๔

January 10th, 2010

วันสุดท้าย

วันนี้ต้องตื่นเช้ากว่าปรกติ เพราะไม่ได้กินอาหารโรงแรมแต่ไปกินติ่มซำร้านข้างๆ โรงแรม = =;

ติ่มซำต้นตำหรับจากฮ่องกงที่ใครๆ ต่างก็หวังว่ามันจะอร่อยเหาะเป็นนักหนา…ปรากฏว่าก็ธรรมดาอีกนั่นแหละ แต่ก็กินได้กว่าทุกๆ มื้อที่ผ่านมา แต่!! น้อยฉิบ..ยังไม่ทันอิ่มเลย หมดแล้ว! อะไรวะ!!

เดินทางต่อแบบไม่ค่อยอิ่มวันนี้จะไปขึ้นกระเช้าข้ามเขาขึ้นไปที่ “นองปิง” ไหว้พระใหญ่ที่เกาะลันตา ไปขึ้นกระเช้าแต่เช้าเรียกว่าแทบไม่มีคนเลยล่ะ เพราะตอนขากลับลงมาเห็นเข้าคิวยาวยันบันไดเลื่อน

คุณอยู่ที่นี่!

นั่งกระเช้าร่วมๆ ๒๐ นาที ไปกลับก็ราวๆ ๔๐ นาที นานเอาเรื่องเหมือนกัน แรกๆ ก็กิ๊วก๊าวถ่ายรูปๆๆ แต่ซักพักเข้าดงหมอก มองอะไรไม่เห็นเลยนอกจากสีขาว เริ่มนั่งแบบเบื่อๆ เมื่อไหร่แม่มจะถึงวะ

หล่นไปไม่อยากจะคิด!

ใครหุงข้าวเนี่ย ควันเยอะจริงๆ 😛

ลงจากกระเช้าจะมีร้านขายของที่ระลึกตามทาง ก็เดินต่อไปไหว้พระใหญ่ อันนี้เดินไกลอยู่เหมือนกันเดินซัก ๕-๑๐ นาทีได้ (ตามสปีดการเดิน เดินรีบๆ ก็ห้า กับเดินทอดน่องก็สิบ) พวกผู้ใหญ่ก็ยืนไหว้อยู่ด้านล่าง พวกพลังเหลือก็ขึ้นไปด้านบน กี่ขั้นไม่รู้ไม่ได้นับ เวลาที่ปล่อยให้อิสระ ​๔๕ นาที โฮก..เดินขึ้น เดินลงบันไดนี่ก็ ๒๐ นาทีได้แล้ว

วิ่งจากล่างสุดขึ้นไปได้ครึ่งทาง ลมแทบใส่ = =;;

ลงมาจากด้านบนก็แทบหมดเวลาแล้ว รีบวิ่งออกไปที่ร้านขายของที่ระลึกด้านหน้า หาเจ้าแม่กวนอิมปางยืนที่กุ๊กอยากได้ หาเท่าไหร่ก็ไม่มี สุดท้ายจะนั่งกระเช้าลงเลยเข้าไปซื้อพวงกุญแจกระเช้าที่นี่ ๓ อัน เพราะถ้าไม่ซื้อก็ไม่มีอะไรซื้อแล้ว

๐๓๘ | เที่ยวปีใหม่ ๓/๔

January 8th, 2010

วันที่สาม

วันนี้เป็นวันปีใหม่แล้ว ตื่นขึ้นมา อาบน้ำอาบท่า เก็บของลงมากินข้าว อาหารโรงแรมเหมือนวันแรก บุฟเฟต์ตักเอาเองคล้ายๆ เดิม เพราะงั้นก็ต้อง..จัดให้หนัก! ตุนไว้ให้เยอะๆ! กินเสร็จก็รีบกลับห้องไปอึ..แต่ก็อึไม่ออก TwT

ก่อนออกจากโรงแรมก็มีปัญหานิดหน่อยตรงที่ก้องทำ keycard สำหรับเปิดห้องหาย ก็หากันวุ่นเลยทีเดียวสุดท้ายก็ไม่เจอ เลยไปบอกไกด์ว่าทำ keycard หายเป็นอะไรรึเปล่า? ไกด์ก็ติดต่อกับทางโรงแรมแล้วก็ถามว่าแน่ใจมั้ยว่าหายในห้อง เราก็ว่าแน่ใจ งั้นก็ไม่เป็นไรเดี๋ยวเค้าก็คงหาเจอ ก็เดินทางออกจากโรงแรมกัน

ออกจากโรงแรมแวะที่แรก เอ้อ..เค้าเรียกว่าอะไรก็ไม่รู้ที่เป็นอนุเสาวรีย์เจ้าแม่กวนอิมผสมพระแม่มารี ไปยืนถ่ายรูปตรงนั้นนิดหน่อยประมาณ ๒๐-๓๐ นาที ก็ไปต่อที่ร้านขายของกิน ประมาณว่าเป็นจุดซื้อของฝาก(แบบของกิน) ตรงนี้ร่วมๆ ชั่วโมงนึงได้ พวกเด็กๆ ที่ไม่ได้มีส่วนกับการซื้อก็ออกมาถ่ายรูปกันด้านนอก

รูปปั้นเจ้าแม่กวนอิม + พระแม่มารี

ถ่ายเล่นกันได้ซักพัก ก้องมาสะกิด “กอฮุย เจอkeycardแล้ว” “อ้าว อยู่ไหน” “อยู่ในนี้”..ตบที่กระเป๋าเสื้อ..ตอนมันล้วงหามันล้วงแต่กระเป๋าล่างไม่ได้ล้วงกระเป๋าเสื้อ…ฮ่วย = =;; เลยกะว่าจะแวะกลับไปใช้ keycard เปิดห้องขโมยของคนที่มาพักต่อ แฮ่! 😛

ผู้ต้องหาขโมยคีย์การ์ดจากโรงแรม

ต่อจากร้านของกิน ก็ไปต่อกันที่วัดเจ้าแม่ทับทิม ไปไหว้พระกัน ระหว่างทางก็มีตำนานมาเล่ากันอีกแล้ว ไม่ใช่เรื่องเดียวแต่เพียบเลยแหละ ทั้งวิธีการเดินเข้าวัด การไหว้ การสักการะ ลูบรูปปั้น วนซ้าย วนขวา ลูบสิงโตลูบหัวไปหาง บลาๆๆ เยอะแยะเลย = =;;

๐๓๗ | เที่ยวปีใหม่ ๒/๔

January 7th, 2010

วันที่สอง

วันนี้วันที่ ๓๑ ธันวาคม ตั้งเวลาปลุกไว้ที่ประมาณ ๖ โมงเช้า แต่ดันตื่นขึ้นมาก่อนประมาณครึ่งชั่วโมง ก็เลยไปเข้าห้องน้ำกะว่าจะได้มีเวลาอึสบายๆ ไม่ต้องรีบซักหน่อย แต่ก็ดันอึไม่ออกซะงั้น ก็ช่างมันไม่เป็นไร อาบน้ำเสร็จก็ออกมาเรียกน้องให้มันเข้าไปอาบต่อ

อาบน้ำเก็บของเสร็จเรียบร้อยก็ประมาณ ๘​ โมงกว่า ลงไปกินข้าวที่ชั้น ๒ ของโรงแรม ข้าวเช้าของโรงแรมเรียกว่าสวรรค์ที่สุดแล้วสำหรับผม TwT เป็นแนวบุฟเฟต์ให้เดินตักเอาเอง ก็มีพวก แฮม เบคอน ไส้กรอก หมี่ ข้าวผัด โจ๊ก ไข่เจียวทรงเครื่อง (มีกุ๊กคอยทำสดๆ) ขนมปัง ประมาณนี้ ซึ่งรสชาติก็เรียกว่าใช้ได้เลยทีเดียว ดีกว่าที่กินเมื่อวานตอนเย็นมากกกกก

ก็ซัดเข้าไปให้เต็มที่เพราะไม่รู้ว่าข้างหน้าจะเจอกับอะไรอีก ขอกินตุนไว้ก่อนล่ะ TwT เท่าที่จำได้ก็กินหมดทุกยอ่างนะ โจ๊กร้อนๆ กินกับไข่เจียวนี่อร่อยเลย แต่เบคอนเค็มไปนิด

กว่ากินเสร็จครบทุกคนก็ประมาณ ๙ โมงครึ่ง ลากกระเป๋าลงไปรวมกันที่ lobby วันนี้เริ่มด้วยการช้อปปิ้งของก็อป ซึ่งก็ได้รับรู้สรรพคุณมาว่า..ใช้ไม่กี่ทีก็พัง แป็บเดียวก็พัง อย่างงู้นอย่างงี้ ทุกคนเลยไม่ค่อยอยากจะซื้ออะไรเท่าไหร่ แต่สุดท้ายไกด์ก็พาไปที่โกดังเพื่อให้เลือกซื้อ(ได้ค่านายหน้าว่างั้นเหอะ) แต่ก็ไม่มีใครซื้ออะไรออกมา เพราะแม่งก็อปแล้วยังเสือกแพงอีก หลังจากนั้นก็ให้ไปเดินช็อปต่อในห้าง”เหลาหู่เซ็นเตอร์” ประมาณ MBK บ้านเราน่ะแหละ ก็อปทั้งห้าง มีแท้แค่สองอย่างคือ คนซื้อ กับ คนขาย

Welcome to COPY Grade AAA!

ต่างคนก็แยกกันเดินเป็นกลุ่มๆ เรียกรวมอีกทีประมาณ ๑๑.๓๐ น. ไอ้เราก็ตั้งใจว่าจะไม่ซื้ออะไรอยู่แล้วก็เดินดูไปเรื่อยๆ แล้วก็ออกไปถ่ายรูปกันนอกห้าง ตอนเช้าๆ ก็อากาศดีไม่มีแดด ลมเย็นๆ สบายๆ กดกันไปพอเพลินๆ ก็เกือบได้เวลาละ ก็ไปนั่งรอตรงที่เค้านัดกัน

ออกมาถ่ายรูปนอกห้าง

นั่งรอคนที่ยังไม่มา

หลังจากมากันครบก็แทบจะไม่มีใครได้อะไรเลย มีแต่พี่เจนที่ได้ของมาเป็นเสื้อหนาวกับรองเท้า ไกด์ก็พาเดินไปกินข้าวที่ภัตราคาร เอาละทีนี้ไอ้ที่มันไม่ยอมออกตอนเช้ามันมาประท้วงอยากออกตอนนี้แล้วสิ = =;;

ก่อนอาหารเสิร์ฟเดินไปเข้าห้องน้ำ..เปิดประตูเข้าไป ผ่าง!! โอ้ว..ไม่ไหวว่ะ = =; กูยอมอั้นไปขี้ที่โรงแรมดีกว่า กระดาษอะไรก็ไม่มี น้ำก็ไม่มี เดินกลับมาที่โต๊ะ อาหารมาลงคล้ายๆ เดิม และรสชาติก็คล้ายๆ เดิม มันๆ เลี่ยนๆ จืดๆ ไร้ความอร่อยสิ้นดี!

หลังจากกินไปได้ซักพักก็ไม่ไหวละ เลยเอากระดาษแล้วไปเข้าอีกรอบ ยังไงก็ต้องยอมล่ะเพราะมันไม่ไหวแล้ว

aHuii.com

บล็อกของอาฮุย :)