aHuii.com

บล็อกของอาฮุย :)

๐๓๙ | เที่ยวปีใหม่ ๔/๔

January 10th, 2010

วันสุดท้าย

วันนี้ต้องตื่นเช้ากว่าปรกติ เพราะไม่ได้กินอาหารโรงแรมแต่ไปกินติ่มซำร้านข้างๆ โรงแรม = =;

ติ่มซำต้นตำหรับจากฮ่องกงที่ใครๆ ต่างก็หวังว่ามันจะอร่อยเหาะเป็นนักหนา…ปรากฏว่าก็ธรรมดาอีกนั่นแหละ แต่ก็กินได้กว่าทุกๆ มื้อที่ผ่านมา แต่!! น้อยฉิบ..ยังไม่ทันอิ่มเลย หมดแล้ว! อะไรวะ!!

เดินทางต่อแบบไม่ค่อยอิ่มวันนี้จะไปขึ้นกระเช้าข้ามเขาขึ้นไปที่ “นองปิง” ไหว้พระใหญ่ที่เกาะลันตา ไปขึ้นกระเช้าแต่เช้าเรียกว่าแทบไม่มีคนเลยล่ะ เพราะตอนขากลับลงมาเห็นเข้าคิวยาวยันบันไดเลื่อน

คุณอยู่ที่นี่!

นั่งกระเช้าร่วมๆ ๒๐ นาที ไปกลับก็ราวๆ ๔๐ นาที นานเอาเรื่องเหมือนกัน แรกๆ ก็กิ๊วก๊าวถ่ายรูปๆๆ แต่ซักพักเข้าดงหมอก มองอะไรไม่เห็นเลยนอกจากสีขาว เริ่มนั่งแบบเบื่อๆ เมื่อไหร่แม่มจะถึงวะ

หล่นไปไม่อยากจะคิด!

ใครหุงข้าวเนี่ย ควันเยอะจริงๆ 😛

ลงจากกระเช้าจะมีร้านขายของที่ระลึกตามทาง ก็เดินต่อไปไหว้พระใหญ่ อันนี้เดินไกลอยู่เหมือนกันเดินซัก ๕-๑๐ นาทีได้ (ตามสปีดการเดิน เดินรีบๆ ก็ห้า กับเดินทอดน่องก็สิบ) พวกผู้ใหญ่ก็ยืนไหว้อยู่ด้านล่าง พวกพลังเหลือก็ขึ้นไปด้านบน กี่ขั้นไม่รู้ไม่ได้นับ เวลาที่ปล่อยให้อิสระ ​๔๕ นาที โฮก..เดินขึ้น เดินลงบันไดนี่ก็ ๒๐ นาทีได้แล้ว

วิ่งจากล่างสุดขึ้นไปได้ครึ่งทาง ลมแทบใส่ = =;;

ลงมาจากด้านบนก็แทบหมดเวลาแล้ว รีบวิ่งออกไปที่ร้านขายของที่ระลึกด้านหน้า หาเจ้าแม่กวนอิมปางยืนที่กุ๊กอยากได้ หาเท่าไหร่ก็ไม่มี สุดท้ายจะนั่งกระเช้าลงเลยเข้าไปซื้อพวงกุญแจกระเช้าที่นี่ ๓ อัน เพราะถ้าไม่ซื้อก็ไม่มีอะไรซื้อแล้ว

๐๓๘ | เที่ยวปีใหม่ ๓/๔

January 8th, 2010

วันที่สาม

วันนี้เป็นวันปีใหม่แล้ว ตื่นขึ้นมา อาบน้ำอาบท่า เก็บของลงมากินข้าว อาหารโรงแรมเหมือนวันแรก บุฟเฟต์ตักเอาเองคล้ายๆ เดิม เพราะงั้นก็ต้อง..จัดให้หนัก! ตุนไว้ให้เยอะๆ! กินเสร็จก็รีบกลับห้องไปอึ..แต่ก็อึไม่ออก TwT

ก่อนออกจากโรงแรมก็มีปัญหานิดหน่อยตรงที่ก้องทำ keycard สำหรับเปิดห้องหาย ก็หากันวุ่นเลยทีเดียวสุดท้ายก็ไม่เจอ เลยไปบอกไกด์ว่าทำ keycard หายเป็นอะไรรึเปล่า? ไกด์ก็ติดต่อกับทางโรงแรมแล้วก็ถามว่าแน่ใจมั้ยว่าหายในห้อง เราก็ว่าแน่ใจ งั้นก็ไม่เป็นไรเดี๋ยวเค้าก็คงหาเจอ ก็เดินทางออกจากโรงแรมกัน

ออกจากโรงแรมแวะที่แรก เอ้อ..เค้าเรียกว่าอะไรก็ไม่รู้ที่เป็นอนุเสาวรีย์เจ้าแม่กวนอิมผสมพระแม่มารี ไปยืนถ่ายรูปตรงนั้นนิดหน่อยประมาณ ๒๐-๓๐ นาที ก็ไปต่อที่ร้านขายของกิน ประมาณว่าเป็นจุดซื้อของฝาก(แบบของกิน) ตรงนี้ร่วมๆ ชั่วโมงนึงได้ พวกเด็กๆ ที่ไม่ได้มีส่วนกับการซื้อก็ออกมาถ่ายรูปกันด้านนอก

รูปปั้นเจ้าแม่กวนอิม + พระแม่มารี

ถ่ายเล่นกันได้ซักพัก ก้องมาสะกิด “กอฮุย เจอkeycardแล้ว” “อ้าว อยู่ไหน” “อยู่ในนี้”..ตบที่กระเป๋าเสื้อ..ตอนมันล้วงหามันล้วงแต่กระเป๋าล่างไม่ได้ล้วงกระเป๋าเสื้อ…ฮ่วย = =;; เลยกะว่าจะแวะกลับไปใช้ keycard เปิดห้องขโมยของคนที่มาพักต่อ แฮ่! 😛

ผู้ต้องหาขโมยคีย์การ์ดจากโรงแรม

ต่อจากร้านของกิน ก็ไปต่อกันที่วัดเจ้าแม่ทับทิม ไปไหว้พระกัน ระหว่างทางก็มีตำนานมาเล่ากันอีกแล้ว ไม่ใช่เรื่องเดียวแต่เพียบเลยแหละ ทั้งวิธีการเดินเข้าวัด การไหว้ การสักการะ ลูบรูปปั้น วนซ้าย วนขวา ลูบสิงโตลูบหัวไปหาง บลาๆๆ เยอะแยะเลย = =;;

๐๓๗ | เที่ยวปีใหม่ ๒/๔

January 7th, 2010

วันที่สอง

วันนี้วันที่ ๓๑ ธันวาคม ตั้งเวลาปลุกไว้ที่ประมาณ ๖ โมงเช้า แต่ดันตื่นขึ้นมาก่อนประมาณครึ่งชั่วโมง ก็เลยไปเข้าห้องน้ำกะว่าจะได้มีเวลาอึสบายๆ ไม่ต้องรีบซักหน่อย แต่ก็ดันอึไม่ออกซะงั้น ก็ช่างมันไม่เป็นไร อาบน้ำเสร็จก็ออกมาเรียกน้องให้มันเข้าไปอาบต่อ

อาบน้ำเก็บของเสร็จเรียบร้อยก็ประมาณ ๘​ โมงกว่า ลงไปกินข้าวที่ชั้น ๒ ของโรงแรม ข้าวเช้าของโรงแรมเรียกว่าสวรรค์ที่สุดแล้วสำหรับผม TwT เป็นแนวบุฟเฟต์ให้เดินตักเอาเอง ก็มีพวก แฮม เบคอน ไส้กรอก หมี่ ข้าวผัด โจ๊ก ไข่เจียวทรงเครื่อง (มีกุ๊กคอยทำสดๆ) ขนมปัง ประมาณนี้ ซึ่งรสชาติก็เรียกว่าใช้ได้เลยทีเดียว ดีกว่าที่กินเมื่อวานตอนเย็นมากกกกก

ก็ซัดเข้าไปให้เต็มที่เพราะไม่รู้ว่าข้างหน้าจะเจอกับอะไรอีก ขอกินตุนไว้ก่อนล่ะ TwT เท่าที่จำได้ก็กินหมดทุกยอ่างนะ โจ๊กร้อนๆ กินกับไข่เจียวนี่อร่อยเลย แต่เบคอนเค็มไปนิด

กว่ากินเสร็จครบทุกคนก็ประมาณ ๙ โมงครึ่ง ลากกระเป๋าลงไปรวมกันที่ lobby วันนี้เริ่มด้วยการช้อปปิ้งของก็อป ซึ่งก็ได้รับรู้สรรพคุณมาว่า..ใช้ไม่กี่ทีก็พัง แป็บเดียวก็พัง อย่างงู้นอย่างงี้ ทุกคนเลยไม่ค่อยอยากจะซื้ออะไรเท่าไหร่ แต่สุดท้ายไกด์ก็พาไปที่โกดังเพื่อให้เลือกซื้อ(ได้ค่านายหน้าว่างั้นเหอะ) แต่ก็ไม่มีใครซื้ออะไรออกมา เพราะแม่งก็อปแล้วยังเสือกแพงอีก หลังจากนั้นก็ให้ไปเดินช็อปต่อในห้าง”เหลาหู่เซ็นเตอร์” ประมาณ MBK บ้านเราน่ะแหละ ก็อปทั้งห้าง มีแท้แค่สองอย่างคือ คนซื้อ กับ คนขาย

Welcome to COPY Grade AAA!

ต่างคนก็แยกกันเดินเป็นกลุ่มๆ เรียกรวมอีกทีประมาณ ๑๑.๓๐ น. ไอ้เราก็ตั้งใจว่าจะไม่ซื้ออะไรอยู่แล้วก็เดินดูไปเรื่อยๆ แล้วก็ออกไปถ่ายรูปกันนอกห้าง ตอนเช้าๆ ก็อากาศดีไม่มีแดด ลมเย็นๆ สบายๆ กดกันไปพอเพลินๆ ก็เกือบได้เวลาละ ก็ไปนั่งรอตรงที่เค้านัดกัน

ออกมาถ่ายรูปนอกห้าง

นั่งรอคนที่ยังไม่มา

หลังจากมากันครบก็แทบจะไม่มีใครได้อะไรเลย มีแต่พี่เจนที่ได้ของมาเป็นเสื้อหนาวกับรองเท้า ไกด์ก็พาเดินไปกินข้าวที่ภัตราคาร เอาละทีนี้ไอ้ที่มันไม่ยอมออกตอนเช้ามันมาประท้วงอยากออกตอนนี้แล้วสิ = =;;

ก่อนอาหารเสิร์ฟเดินไปเข้าห้องน้ำ..เปิดประตูเข้าไป ผ่าง!! โอ้ว..ไม่ไหวว่ะ = =; กูยอมอั้นไปขี้ที่โรงแรมดีกว่า กระดาษอะไรก็ไม่มี น้ำก็ไม่มี เดินกลับมาที่โต๊ะ อาหารมาลงคล้ายๆ เดิม และรสชาติก็คล้ายๆ เดิม มันๆ เลี่ยนๆ จืดๆ ไร้ความอร่อยสิ้นดี!

หลังจากกินไปได้ซักพักก็ไม่ไหวละ เลยเอากระดาษแล้วไปเข้าอีกรอบ ยังไงก็ต้องยอมล่ะเพราะมันไม่ไหวแล้ว

๐๓๖ | เที่ยวปีใหม่ ๑/๔

January 6th, 2010

เที่ยวปีใหม่..วันแรก

ปีใหม่นี้เป็นครั้งแรกในรอบ ๒๕ ปีที่ได้ไปเที่ยวในช่วงปีใหม่!! (นับนิ้วดูแล้วก็…ตั้งแต่ลืมตามาดูโลกมานั่นแหละ = =;)

ไหนๆ อุตส่าห์ได้ไปทั้งทีก็จัดนอกประเทศไปเล้ย (ดีนะไม่นอกโลก) ถ้านับนิ้วไม่ผิดทริปนี้มีผู้ร่วมเดินทางทั้งหมด ๑๕ ชีวิตไม่รวมไกด์และหัวหน้าทัวร์ ได้แก่ ครอบครัวของผม(๔คน) ครอบครัวลุง(๔คน) น้าของผม ๒ คน ครอบครัวเพื่อนของลุง(๓คน) และลูกน้องของลุงคือพี่แมนกับพี่เจน ๒ คน (มารู้หลังจากกลับมาแล้วว่าพี่เจนเป็นสัตวแพทย์..โอ้ว หน้าไม่ให้เลยครับ​พี่ >_< ;;)

โปรแกรม ๔ วัน ๓ คืน เสิ่นเจิ้น-มาเก๊า-ฮ่องกง เริ่มออกเดินทางวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๒ เวลาประมาณ ๘ – ๙ โมงเช้า ออกจากบ้านประมาณ ๗​ โมงกว่าและที่สำคัญดั๊นนน..ลืมกระเป๋ากล้อง(D80) กว่าจะรู้ก็นั่งแท็กซี่ไปครึ่งทางละ

อารมณ์หงุดหงิดหัวเสียพอสมควร อยากกลับไปเอาก็ไม่ได้ นานๆ จะได้ถ่ายรูปซักที ดันลืมเอากล้องไปซะฉิบ! ยังดีเอากล้องวิดีโอไว้อีกกระเป๋า ไม่งั้นเสียแรงที่ซื้อมาเลยนะเนี่ยเพราะซื้อมาเพื่อมาถ่ายงานนี้โดยเฉพาะ แต่ที่ชาร์จก็ดันอยู่ในกระเป๋าที่ลืมเอามา ดังนั้น ๔ วันนี้ก็ต้องประหยัดแบตฯ กันสุดๆ สำหรับกล้องถ่ายวิดีโอ

สุดท้ายก็ซื้อกล้องใหม่ที่สนามบิน เนื่องจากมี DSLR อยู่แล้วก็เลยซื้อแบบ compact ใช้แก้ขัดไปก่อนละกัน ไอ้เราก็ไม่รู้ข้อมูลกล้อง compact ว่าเดี๋ยวนี้มันไปถึงไหนกันแล้ว แต่ในใจก็อยากได้แบบ RF อยู่เหมือนกัน ไปยืนจับๆ ดู ก็ลังเลระหว่าง LX3 กับ GF1 ซึ่งราคาก็ค่อนข้างต่างกันเยอะทีเดียว (๑๘,๐๐๐ กับ ๓๐,๐๐๐ บาท) เนื่องจากคิดว่ามันเป็น compact เหมือนๆ กันสุดท้ายก็เลือก LX3 เพื่อเซฟเงินแต่ก็ต้องโคตรเสียดายเพราะมารู้ทีหลังว่า GF1 แม่งกล้องเมพนี่หว่า!!! (GF1 เป็นกล้อง micro4/3 ไม่ใช่ compact ธรรมดา) TwT

aHuii.com

บล็อกของอาฮุย :)