aHuii.com

บล็อกของอาฮุย :)

๐๕๔ | Review: Machete

December 16th, 2010

พล็อต

มาเชเต้ จ้าหน้าที่ตำรวจพันธุ์ระห่ำของเม็กซิโกที่ถนัดการใช้มีดมากกว่าปืน พลาดท่าให้กับทอเรซพ่อค้ายาตัวเอ้ ทำให้ลูกเมียถูกฆ่าตายหมดและตนเองต้องหนีโดยการลักลอบเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาจากการช่วยเหลือขององค์กรที่เรียกตัวเองว่า “เครือข่าย”

หลังจากหนีเข้ามาได้แล้วก็ทำงานเป็นกรรมกร รับเหมา รับจ้างทั่วๆ ไปจนกระทั่ง ได้รับการจ้างวานให้ลอบสังหารวุฒิสมาชิกที่กำลังหาเสียงโดยชูนโยบายต่อต้านพวกลักลอบเข้าเมือง

แต่แท้จริงเแล้วเป็นกลอุบายเรียกคะแนนเสียงเพื่อการเลือกตั้งและจัดฉากให้มาเชเต้ที่เป็นพวกลักลอบเข้าเมืองเป็นแพะรับบาป

หลังจากสืบจนรู้ความจริงว่ามีใครอยู่เบื้องหลังบ้าง ก็ถึงเวลาคิดบัญชีแค้นแบบทบต้นทบดอก!

๐๕๐ | Review Toy Story 3 การผจญภัยครั้งสุดท้าย..ปิดตำนานของเล่น!

August 31st, 2010

สองอาทิตย์ที่แล้วได้ไปดู Toy Story 3 แบบ 3D มาซึ่งเป็นเรื่องแรกเลยด้วยที่ได้ดูแบบ 3D และจะขอบอกว่าถ้าเลือกได้ต่อไปจะไม่ดูแบบ 3D อีกแล้ว…ไม่ใช่เพราะว่าปวดหัว ปวดตา หรือว่าหนังทำมาไม่ดีหรอกนะ แต่..มันใส่ซ้อนกับแว่นสายตาไม่ได้อ่ะ ต้องนั่งจับแว่นไว้ตลอดเรื่องเลยเมื่อยแขนมาก = =;;

Toy Story 3 น่าจะเป็นภาคสุดท้ายของ series นี้(ไม่รู้ว่ามีประกาศแบบเป็นทางการว่าจะไม่ทำต่อแล้วรึเปล่า) เพราะเนื้อเรื่องและอารมณ์ในภาคนี้ก็จบได้สมบูรณ์ดีแล้ว

We're Back!

อ่ะ..ตามธรรมเนียม จัดเรื่องย่อไปก่อน เดี๋ยวไปเล่าต่อแบบสปอยล์ด้านใน

เรื่องย่อ:
ได้เวลาเปิดกล่องของเล่นอีกครั้ง กับทีมผู้สร้าง ทอย สตอรี่ ที่จะพาผู้ชมกลับเข้าสู่โลกอันสดใสของ วู๊ดดี้, บัซ และเหล่าแก๊งค์ของเล่นสุดโปรดของพวกเราใน ทอย สตอรี่ 3 วู๊ดดี้ และ บัซ ยอมรับความจริงที่ว่าวันหนึ่ง แอนดี้ เจ้าของพวกเขาจะต้องโตเป็นผู้ใหญ่ แต่จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อวันนั้นมาถึงล่ะ ในภาค 3 นี้ แอนดี้ จะต้องออกจากบ้านไปเรียนต่อมหาวิทยาลัย โดยที่เขาต้องทิ้งเหล่าของเล่นผู้ซื่อสัตย์ให้ตกอยู่กับอนาคตที่ไม่แน่นอน ของพวกเขาว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป พวกเขาจะถูกทิ้ง ถูกบริจาค หรือถูกเก็บไว้จนฝุ่นเกาะโดยไม่ถูกนำมาเล่นอีกตลอดไป แล้วพวกเขาจะต้องกับผจญภัยในรูปแบบไหนกันบ้าง และเหล่าของเล่นใหม่ ๆ ที่จะมาเพิ่มความสนุกในภาค 3 นี้ มีใครกันบ้าง ต้องตามไปลุ้นกันต่อในโรงภาพยนตร์

เนื้อหาต่อไปนี้อาจมีข้อความสปอยล์ ถ้ายังไม่ได้ดูและกลัวโดนสปอยล์อย่าเพิ่งอ่าน ไปดูมาก่อน…

๐๔๕ | Review 10,000 B.C.

May 24th, 2010

หนังเก่าแล้วล่ะครับประมาณ ๒ ปีที่แล้ว เรื่องนี้เกือบได้ซื้อแบบ BD มาเก็บไว้ด้วยเพราะเป็นเรื่องแรกๆ เลยที่มีออกเป็นแบบ BD แต่ก็ไม่ได้ซื้อเพราะคิดว่าไม่คุ้ม แล้วก็เพิ่งได้มีโอกาสดู พอดูแล้วก็รู้สึกคันไม้คันมือคันปากอยากเอามาชำแหละซักหน่อย ด้านล่างนี้คือเรื่องย่อที่หามาได้จากตามเว็บนะครับ

ปก

ชื่อภาษาไทย บุกอาณาจักรโลก 10,000 ปี

จัดจำหน่ายโดย วอร์เนอร์ บราเดอร์ส พิกเจอร์ส

กำหนดฉายหนัง 6 มีนาคม 2551

เรื่องย่อหนัง 10,000 B.C.

10,000 B.C. เป็นเรื่องราวของนักล่าวัยหนุ่ม ท่ามกลางชนเผ่าชาวเขาอันไกลโพ้น นักล่าวัยหนุ่ม ดี’เลห์ (สตีเวน สเตรท) ได้ค้นพบปรารถนาแห่งหัวใจ สาวงามนามว่าเอโวเล็ท (คามิลลา เบล) เมื่อบรรดานักรบลึกลับบุกเข้ายึดหมู่บ้านของเขาและลักพาตัวเอโวเล็ทไป ดี’เลห์ถูกบังคับให้เป็นผู้นำกลุ่มนักล่าจำนวนหยิบมือในการไล่ล่าพวกนักรบไปยังสุดขอบโลกเพื่อช่วยชีวิตเธอ

ด้วยแรงขับแห่งโชคชะตา เหล่านักรบจำเป็นจะต้องเผชิญกับเสือเขี้ยวดาบ และสัตว์ร้ายยุคก่อนประวัติศาสตร์ และได้ค้นพบอารยธรรมที่สูญหายในตอนจบของการเดินทางอันกล้าหาญของพวกเขา ชะตาชีวิตที่ท้าทายของพวกเขาขึ้นอยู่กับอาณาจักรที่เหนือจินตนาการซึ่งมีกลุ่มปิรามิดสูงเสียดฟ้า ณ ที่นั้นพวกเขาจะต้องต่อกรกับเทพเจ้าทรงอำนาจซึ่งทำให้ผู้คนต้องตกเป็นทาสอย่างทารุณ

นี่คือหนังเต็งฟอร์มยักษ์เรื่องหนึ่งของปี 2551 เป็นเหตุการณ์ในสมัย 10,000 ปีก่อนคริสตกาล เรื่องราวของสองเผ่าพันธุ์ที่เป็นศัตรูกัน ฝ่ายศัตรูจับตัวสาวคนรักของพระเอกไป ทำให้พระเอกต้องทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยเธอกลับคืนมา นี่คือผลงานเรื่องล่าสุดของผู้กำกับซึ่งเคยฝากผลงานสะท้านโลกมาแล้วไม่ว่าจะเป็น Stargate, ID4 และ The Day After Tomorrow

แหม่..เป็นไงครับเรื่องย่อน่าดูมั้ยครับ? แต่ของจริงเป็นยังไงจะสนุกเหมือนเรื่องย่อรึเปล่า ถ้าไม่กลัวโดนสปอยล์ตามอ่านต่อด้านในได้เลยครับ

๐๓๕ | รถไฟฟ้ามาหานะเธอ หนังรักของคนโสด!?

October 20th, 2009
Poster รถไฟฟ้ามาหานะเธอ

Poster รถไฟฟ้ามาหานะเธอ

อำนวยการสร้าง : จิระ มะลิกุล, เช่นชนนี สุนทรดารทูล, สุวิมล เตชะสุปีนัน, วรรณฤดี พงษ์สิทะศักดิ์
ดำเนินงานสร้าง : บริษัทจอกว้างฟิลม์
ผู้กำกับ : อดิสรณ์ ตรีสิริเกษม
บทภาพยนตร์ : เบ็ญจมาภรณ์ สระบัว, นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์, อดิสรณ์ ตรีสิริเกษม
กำกับภาพ : สมบูรณ์ พิริยะภักดีกุล และ จิระ มะลิกุล
ลำดับภาพ : วิชชพัชร์ โกจิ๋ว, ธรรมรัตน์ สุเมธศุภโชค, ปนายุ คุณวัลลี
ออกแบบงานสร้าง : โสภณ พูลสวัสดิ์
ออกแบบเสียง : Apollo Lao2001, หัวลำโพง ริดดิม
ออกแบบเครื่องแต่งกาย : สุธี เหมือนวาจา
นักแสดง : ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์, คริส หอวัง, อังศุมาลิน สิรภัทรศักดิ์เมธา

รถไฟฟ้ามาหานะเธอ น่าจะเรียกได้ว่าเป็นหนังรักให้กำลังใจ(สาว)คนที่ยังไม่มีคู่ เพราะหนังรักส่วนใหญ่จะเป็นชายจีบหญิงมากกว่า แต่เรื่องนี้เป็นหญิงจีบชาย!?

ทำไมถึงเรียกว่าหนังรักของคนโสด? ในเมื่อมันก็เป็น romantic comedy เหมือนเรื่องอื่นๆ..เอ ไม่รู้สิครับ แต่ผมรู้สึกอย่างนั้นอ่ะ (กำปั้นทุบดินจริงๆ) คือเรื่องอื่นๆ รู้สึกว่าต้องไปดูกับแฟน คนโสดไปดูก็มีแต่เศร้าที่ไม่มีคู่(อย่างนั้นบ้าง) แต่เรื่องนี้รู้สึกว่ายังไม่มีแฟนก็ดูสนุกได้ และบางคนบอกว่าดูจบแล้วทำให้อยากหาคู่อีกต่างหาก!!

กระแสหนังเรื่องนี้แรงมาก จนผมนึกว่าหนังมันเข้าโรงนานแล้วด้วยซ้ำ เพราะได้ยินคนพูดถึงก่อนที่หนังเข้าร่วมเดือนหรือเป็นเดือนได้เลยมั้งเนี่ย

และใน “ตัวอย่างหนัง” ยังมีหล่นประโยคเด็ดเช่น “เพราะอยู่กับพวกมึงไง ถึงไม่มีใครมาจีบ” ซึ่งน่าจะไปกระแทกใจสาวน้อยสาวใหญ่ติดเพื่อนที่ยังโสดอยู่หลายคน

หรือ “แฟนเค้าไม่ได้มีไว้ให้อยู่ด้วยกันตลอดเวลา แต่มีไว้ให้รู้ว่าอย่างน้อยก็ยังมีอีกคนนึงที่รักเราอยู่” ซึ้ง..

หรือ “ถ้าเวลากินข้าวต้องกินคนเดียว ไม่มีเวลาให้เรา ไม่ได้อยู่ด้วยกัน แล้วจะมีแฟนไปทำไม” แรง..

จากการสังเกตการณ์สิ่งที่ทำให้หนังกระแสแรงน่าจะเป็น
1. เป็นหนังแนว Romantic Comedy
2. ผู้หญิงจีบผู้ชายก่อน ไม่ค่อยมีใครทำ
3. มีประโยคเด็ดๆ หลุดออกมากับตัวอย่างหนังเยอะ ทำให้หลายคนอยากดู
4. ตัวอย่างหนัง โปสเตอร์ MV ต่างๆ ที่ออกมายั่วน้ำลาย
5. และขาดไม่ได้…เคน ธีรเดช = =;;;

ฉากในหนัง

ฉากในหนัง

หลายปากบอกว่าสนุกเป็นนักหนา เลยต้องยอมเสียเงินเข้าไปพิสูจน์ให้เห็นกับตาตัวเอง ;P โดยที่ผมไม่ได้ดูหนังไทยในโรงมานานมากแล้วเพราะรู้สึกเหมือนโดนหลอกทุกเรื่อง เดี๋ยวนี้ใช้วิธีโหลดมาดูก่อนถ้าสนุกก็ซื้อ DVD อีกที สำหรับในโรงก่อนเรื่องนี้ถ้าผมจำไม่ผิดน่าจะเป็น แสบสนิทศิษย์ส่ายหน้า

เกริ่นมาเยอะแล้ว เข้าเรื่องเลยดีกว่า ตั้งแต่บรรทัดนี้ไปคนที่ยังไม่ได้ดูแล้วคิดว่าจะไปดู ไม่ต้องอ่านนะครับ สปอยล์แน่นอน ^^;;

๐๑๘ | Review: Spy Game

December 11th, 2008

เพิ่งดูไปเมื่อสองวันที่แล้ว เป็นหนังสายลับ CIA น่าจะในยุค WW II เพราะในหนังยังมีแบ่งเป็นเยอรมันตะวันตก และเยอรมันตะวันออก

พล็อตเรื่องคือ CIA ที่กำลังจะเกษียณ Nathan D. Muir (Robert Redford) ต้องมาช่วยลูกศิษย์ของตัวเองที่ชื่อ Tom Bishop (Brad Pitt) ซึ่งเข้าไปปฏิบัติภารกิจในฮ่องกง แล้วถูกตำรวจฮ่องกงจับตัวได้ และจะถูกตัดสินประหารชีวิตในอีก ๒๔ ชั่วโมง

Spy Game

Spy Game

การดำเนินเรื่องเป็นแบบอดีตควบไปกับปัจจุบัน ด้วยการเล่าประวัติของ Tom Bishop จากปากของ Nathan Muir ให้กับพวก CIA ระดับสูงฟังเพื่อประกอบการพิจารณาว่าจะช่วย Tom Bishop หรือไม่

ขณะที่เล่าประวัติของ Tom Bishop ก็มีการเดินเรื่องปัจจุบันโดย Nathan Muir พยายามที่จะช่วยลูกศิษย์ของตนทุกวิถีทาง เพราะรู้ดีว่าหลังจากเขาเล่าประวัติของ Tom จบ พวก CIA จะไม่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือแน่ๆ และไม่มีเวลาที่จะรอแล้ว

จุดเด่นที่ทำให้ผมรู้สึกชอบเรื่องนี้ก็คือ การเดินเกมของ Nathan Muir เพื่อช่วย Tom Bishop ที่เรียกได้ว่าเหนือชั้น! ซึ่งคนใน CIA ด้วยกันก็คอยจับตาดูความผิดปรกติของ Nathan อยู่ด้วย แต่ก็จับไม่ได้จนกระทั่งจบภารกิจ!

aHuii.com

บล็อกของอาฮุย :)