aHuii.com

บล็อกของอาฮุย :)

๐๘๓ | ลองเล่น Raspberry Pi

March 22nd, 2016

IMG_3391

บังเอิญไปเจอข่าวว่า Raspberry Pi 3 กำลังจะออกใหม่และมี Wifi มาให้ในตัวแล้วไม่ต้องไปซื้อตัวรับสัญญาณมาเพิ่มก็เลยเริ่มสนใจถึงแม้ว่าตัวใหม่นี่จะกินไฟเยอะขึ้นจนต้องหา adapter มาต่อไฟเลี้ยงต่างหากก็ตาม

บอกว่าลองเล่นก็เพราะว่าไม่เคยลองไม่เคยเห็นตัวจริงๆ มาก่อนเลย หลังจากที่ลองหาข้อมูลดูว่ามันทำอะไรได้บ้าง ก็เลยตั้งใจจะเอามาใช้งานจริงๆ จังๆ อยู่เหมือนกัน โดยตั้งใจว่าจะเอามาทำให้มันเป็น Web Server + Bittorrent Box + Media Server มาเริ่มกันเลยดีกว่า

๐๖๖ | รีวิว Timbuk2 Snoop Camera Messenger

January 14th, 2012

ได้กระเป๋าแบบที่ถูกใจมาครับ เลยเอามารีวิวความสามารถกันซะหน่อย โจทย์กระเป๋าผมอยากได้คือ

1. ใส่กล้อง + iPad ได้

2. หลังจากใส่ของจากข้อ 1 แล้วยังเหลือที่ใส่ของอื่นๆ ได้อีก

3. ถ้าไม่ใส่กล้องก็สามารถใส่อย่างอื่นและหิ้วออกไปได้แบบไม่เคอะเขิน

4. สามารถใช้งานได้หลายโอกาส เช่น แค่เอาไว้ใส่ของไปเดินเที่ยวก็ไม่น่าเกลียด หรือเอาไว้ใส่กล้องไปเที่ยวต่างจังหวัดหรือต่างประเทศได้

ใบนี้น่าจะตอบโจทย์ของผมได้หมดครับ เป็นการรีวิวกระเป๋าแบบเพิ่งได้มายังไม่ได้ลองใช้งานเลยนะครับเอารูปมาให้ดูกันก่อน

TImbuk2 Snoop Camera Messenger

หน้าตรงแบบใส่ของแล้ว

๐๖๒ | Review Topre Realforce 86UB

August 2nd, 2011

หลังจากที่เพิ่งจะได้ลองใช้ Mechanical Keyboard เป็นครั้งแรกเมื่อประมาณ ๒ เดือนที่แล้วก็คือ Razor BlackWidow Ultimate ที่เป็นปุ่มแบบ Cherry Blue เสียงดังชัดเจนได้ฟีลลิ่งมากๆ แต่เท่านั้นมันยังไม่พอ เมื่อลองหาข้อมูลไปเรื่อยๆ ว่ามันจะมีอะไรดีกว่านี้อีกมั้ยก็ไปเจอกับเจ้า Topre Switch ที่เค้าว่ากันว่าเป็น switch แบบ Hybird ที่เอาความเจ๋งของทั้ง Rubber dome และ Mechanical มารวมไว้ด้วยกัน ส่วนราคานั้นแพงกว่าแบบ Mechanical เพียวๆ เข้าไปอีก

P1080036

Cherry Blue, Brown และ Black นั้นสามารถหาได้ในราคาประมาณ ๓,๐๐๐ – ๕,๐๐๐ แต่ Topre เริ่มต้นก็น่าจะ ๕,๐๐๐ แล้วมั้งครับ ตัวที่ผมได้มานี่ราคาเหรียญสหรัฐอเมริการอยู่ที่ $๒๕๐ แบบยังไม่รวมค่าส่ง ราคาสุดท้ายแบบรวมค่าส่งแล้วคูณออกมาได้ประมาณ ๘,๕๐๐ บาท Keyboard บ้าอะไรเกือบหมื่นเนี่ย!!

สุดท้ายไปจบที่จีนครับ ฝากเจ๊ผมที่ไปเรียนแล้วกำลังจะกลับได้มาในราคา ๖,๖๐๐ ถูกกว่าเกือบ ๒,๐๐๐ บาทแน่ะ ทีแรกก็กลัวเหมือนกันว่าจะโดนของปลอม แต่มันถูกกว่ากันเยอะเหมือนกันเลยวัดดวงดู ก็คิดว่าไม่น่าจะปลอมนะ (เกี่ยวกับ switch แบบต่างๆ ใครอยากรู้เพิ่มก็ลอง googling เอานะครับ keyword ก็ mechanical, cherry switch, topre switch นอกจากเจ้าสองตัวนี้แล้วก็ยังมี apls กับ bulk spring อีก)

มีให้เลือก ๒ สี คือแบบสีขาวครีมๆ ธรรมดากับสีดำ ซึ่งผมเลือกเอาสีดำมา

มาดูที่ภายนอกกันก่อน Keyboard ตัวนี้ต่อด้วยสาย USB มีช่องให้สายออกได้ 3 ทางคือ ซ้าย ขวา และด้านบนตรงๆ เลย

P1080026

ด้านหลังมีแป้นดัน Keyboard ให้สูงขึ้นมา และมีแถบยางกันลื่นไม่ให้ Keyboard เลื่อนง่ายๆ

P1080029

และมีปุ่มปรับ switch ที่ Hardware ด้วย ซึ่งแต่ละ switch มันปรับอะไรบ้างก็ไม่แน่ใจเหมือนกันในคู่มือก็ไม่ได้บอก แต่ประมาณว่าสลับปุ่ม caps lock กับ ctrl ทางซ้ายมือได้แน่ๆ ๑ อันล่ะ แต่ไม่รู้ว่าต้องปรับยังไง

P1080031

ต่อไปเป็นเรื่องของการพิมพ์ละครับ

๐๕๔ | Review: Machete

December 16th, 2010

พล็อต

มาเชเต้ จ้าหน้าที่ตำรวจพันธุ์ระห่ำของเม็กซิโกที่ถนัดการใช้มีดมากกว่าปืน พลาดท่าให้กับทอเรซพ่อค้ายาตัวเอ้ ทำให้ลูกเมียถูกฆ่าตายหมดและตนเองต้องหนีโดยการลักลอบเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาจากการช่วยเหลือขององค์กรที่เรียกตัวเองว่า “เครือข่าย”

หลังจากหนีเข้ามาได้แล้วก็ทำงานเป็นกรรมกร รับเหมา รับจ้างทั่วๆ ไปจนกระทั่ง ได้รับการจ้างวานให้ลอบสังหารวุฒิสมาชิกที่กำลังหาเสียงโดยชูนโยบายต่อต้านพวกลักลอบเข้าเมือง

แต่แท้จริงเแล้วเป็นกลอุบายเรียกคะแนนเสียงเพื่อการเลือกตั้งและจัดฉากให้มาเชเต้ที่เป็นพวกลักลอบเข้าเมืองเป็นแพะรับบาป

หลังจากสืบจนรู้ความจริงว่ามีใครอยู่เบื้องหลังบ้าง ก็ถึงเวลาคิดบัญชีแค้นแบบทบต้นทบดอก!

๐๕๒ | Believe it or Not เชื่อป่าว เชื่อป่าววว

November 22nd, 2010

ไปพิพิธภัณฑ์ Believe it or Not กับแฟนเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาครับ ออกจากบ้านประมาณเกือบๆ ๑๐ โมง ถึงที่ Royal Garden Plaza เกือบเที่ยง

ไปถึงก็เดินดูรอบๆ ห้างๆ หาของกิน ก็ได้ไปกินที่ Food wave ที่ชั้นบนสุด ทีแรกนึกว่าจะเป็น Food court แต่มันหรูกว่านั้น (ราคาก็โหดด้วย) ที่นี่จะต่างจากที่อื่นตรงที่รับบัตรก่อนจ่ายทีหลัง

ข้างในมีเป็นซุ้มขายอาหารแต่ใหญ่หน่อย แบ่งเป็นอาหารไทย อาหารอินเดีย อาหารอเมริกัน อาหารอิตาลี อาหารจีน แล้วก็อาหารเส้น (ไม่ยักกะมีอาหารญี่ปุ่นแฮะ..แต่ด้านนอกมี Zen อยู่) ดูปริมาณกับราคาแล้วไม่ค่อยน่ากินเลยอ่ะ แต่ด้านล่างที่เดินผ่านมามันก็ไม่ค่อยมีอะไรกินเหมือนกัน มีพวก KFC, Mc, Burger King ที่ไหนมันก็มี = =;;

หลังจากเดินดูประมาณสองรอบก็สั่งก๋วยเตี๋ยวกินคนละชาม ส่วนผมขอบวกพิซซ่าอีกชิ้นนึง เพราะไม่อิ่มแน่ๆ แต่เบิ้ลก็ไม่ไหวอ่ะชามละ ๘๐ แน่ะ พิซซ่าอีกชิ้นมัน ๗๕ แถมดูดีกว่า

ก๋วยเตี๋ยวน้ำ

เย็นตาโฟ

พิซซ่า

ตอนที่นั่งกินกันอยู่ด้านนอกแดดยังไม่มี ก็กะว่ากินเสร็จแล้วจะออกไปถ่ายรูปซะหน่อย แต่พอใกล้ๆ จะอิ่มแดดมันก็มา..อย่างกับรู้งั้นน่ะ เลยไม่ได้ถ่ายเลย เรื่องร้อนมันไม่เท่าไหร่แต่แสงมันจ้าลืมตาไม่ได้ รูปไม่สวยเนี่ยน่ะสิ

ดูแดดสิครับ

อิ่มแล้วก็เดินไปที่ Ripley ก็เดินสำรวจดูรอบๆ ก่อนว่ามีอะไรบ้าง กุ๊กเป็นคนกลัวผีพอเห็นตรงโกดังเก็บศพ(บ้านผีสิง)แล้วก็แหยงๆ กล้าๆ กลัวๆ ไม่อยากเล่น ส่วนที่เป็นหนัง ๔ มิติก็ดันมีคำเตือนว่าผู้เวียนหัวง่ายไม่ควรเล่น(ผมเวียนง่าย = =;) ทีแรกก็เลยว่าจะซื้อตั๋วแบบแยก แต่ดูราคาแล้วยังไงซื้อรวมมันก็ถูกกว่า ถึงจะเล่นไม่ครบก็เถอะ ก็เลยซื้อแบบรวมมา และอีกอย่างคือราคาคนไทยกับต่างชาติไม่เท่ากันนะครับ โดยราคาคนไทยพี่ท่านก็เล่นเขียนตัวเลขไทยเอาไว้ฝรั่งจะได้อ่านไม่ออก ต่างกันประมาณ ๑๐๐ บาทได้

Believe it or Not

ตั๋วแบบกำไล

เริ่มจากเบาๆ ก่อน เข้าไปดูใน Believe it or Not ก่อนที่แรก เข้าไปถึงก็งงเลย ก๊อกน้ำที่ไม่มีอะไรเลยแต่มีน้ำไหลออกมาได้ไง ไหลแรงด้วยสิ (แต่ตอนนี้คิดว่ารู้แล้วล่ะ) อันต่อมาก็เป็น Harp ไร้สาย ทริกก็คือใช้แสงเลเซอร์เป็นตัวจับว่าเราดีดตรงไหน เปลี่ยนได้หลายเสียงด้วย

น้ำมาจากไหน?

พอเดินเข้าไปด้านในก็เจอกับ Hologram ของ Robert Ripley นั่งอยู่ในห้องสมุดมาพูดเชิญชวนให้ดูผลงานของเขา ผมว่ามันก็เหมือนดีนะ และต่อมาก็เป็นพวกอุปกรณ์แปลกๆ โชว์อยู่ในตู้ตรงส่วนพวกนี้ไม่ค่อยอึ้งแบบ..เหยดดดด เท่าไหร่ อ่านเป็นความรู้ไปเรื่อยๆ

พอพ้นมาก็จะเป็นพวกรูปแปลกๆ หรือโจทย์คำนวนที่แปลกๆ อันนี้ก็สนุกดี หลังจากนั้นก็เดินขึ้นไปอีกชั้น

aHuii.com

บล็อกของอาฮุย :)