aHuii.com

บล็อกของอาฮุย :)

๐๓๗ | เที่ยวปีใหม่ ๒/๔

January 7th, 2010

วันที่สอง

วันนี้วันที่ ๓๑ ธันวาคม ตั้งเวลาปลุกไว้ที่ประมาณ ๖ โมงเช้า แต่ดันตื่นขึ้นมาก่อนประมาณครึ่งชั่วโมง ก็เลยไปเข้าห้องน้ำกะว่าจะได้มีเวลาอึสบายๆ ไม่ต้องรีบซักหน่อย แต่ก็ดันอึไม่ออกซะงั้น ก็ช่างมันไม่เป็นไร อาบน้ำเสร็จก็ออกมาเรียกน้องให้มันเข้าไปอาบต่อ

อาบน้ำเก็บของเสร็จเรียบร้อยก็ประมาณ ๘​ โมงกว่า ลงไปกินข้าวที่ชั้น ๒ ของโรงแรม ข้าวเช้าของโรงแรมเรียกว่าสวรรค์ที่สุดแล้วสำหรับผม TwT เป็นแนวบุฟเฟต์ให้เดินตักเอาเอง ก็มีพวก แฮม เบคอน ไส้กรอก หมี่ ข้าวผัด โจ๊ก ไข่เจียวทรงเครื่อง (มีกุ๊กคอยทำสดๆ) ขนมปัง ประมาณนี้ ซึ่งรสชาติก็เรียกว่าใช้ได้เลยทีเดียว ดีกว่าที่กินเมื่อวานตอนเย็นมากกกกก

ก็ซัดเข้าไปให้เต็มที่เพราะไม่รู้ว่าข้างหน้าจะเจอกับอะไรอีก ขอกินตุนไว้ก่อนล่ะ TwT เท่าที่จำได้ก็กินหมดทุกยอ่างนะ โจ๊กร้อนๆ กินกับไข่เจียวนี่อร่อยเลย แต่เบคอนเค็มไปนิด

กว่ากินเสร็จครบทุกคนก็ประมาณ ๙ โมงครึ่ง ลากกระเป๋าลงไปรวมกันที่ lobby วันนี้เริ่มด้วยการช้อปปิ้งของก็อป ซึ่งก็ได้รับรู้สรรพคุณมาว่า..ใช้ไม่กี่ทีก็พัง แป็บเดียวก็พัง อย่างงู้นอย่างงี้ ทุกคนเลยไม่ค่อยอยากจะซื้ออะไรเท่าไหร่ แต่สุดท้ายไกด์ก็พาไปที่โกดังเพื่อให้เลือกซื้อ(ได้ค่านายหน้าว่างั้นเหอะ) แต่ก็ไม่มีใครซื้ออะไรออกมา เพราะแม่งก็อปแล้วยังเสือกแพงอีก หลังจากนั้นก็ให้ไปเดินช็อปต่อในห้าง”เหลาหู่เซ็นเตอร์” ประมาณ MBK บ้านเราน่ะแหละ ก็อปทั้งห้าง มีแท้แค่สองอย่างคือ คนซื้อ กับ คนขาย

Welcome to COPY Grade AAA!

ต่างคนก็แยกกันเดินเป็นกลุ่มๆ เรียกรวมอีกทีประมาณ ๑๑.๓๐ น. ไอ้เราก็ตั้งใจว่าจะไม่ซื้ออะไรอยู่แล้วก็เดินดูไปเรื่อยๆ แล้วก็ออกไปถ่ายรูปกันนอกห้าง ตอนเช้าๆ ก็อากาศดีไม่มีแดด ลมเย็นๆ สบายๆ กดกันไปพอเพลินๆ ก็เกือบได้เวลาละ ก็ไปนั่งรอตรงที่เค้านัดกัน

ออกมาถ่ายรูปนอกห้าง

นั่งรอคนที่ยังไม่มา

หลังจากมากันครบก็แทบจะไม่มีใครได้อะไรเลย มีแต่พี่เจนที่ได้ของมาเป็นเสื้อหนาวกับรองเท้า ไกด์ก็พาเดินไปกินข้าวที่ภัตราคาร เอาละทีนี้ไอ้ที่มันไม่ยอมออกตอนเช้ามันมาประท้วงอยากออกตอนนี้แล้วสิ = =;;

ก่อนอาหารเสิร์ฟเดินไปเข้าห้องน้ำ..เปิดประตูเข้าไป ผ่าง!! โอ้ว..ไม่ไหวว่ะ = =; กูยอมอั้นไปขี้ที่โรงแรมดีกว่า กระดาษอะไรก็ไม่มี น้ำก็ไม่มี เดินกลับมาที่โต๊ะ อาหารมาลงคล้ายๆ เดิม และรสชาติก็คล้ายๆ เดิม มันๆ เลี่ยนๆ จืดๆ ไร้ความอร่อยสิ้นดี!

หลังจากกินไปได้ซักพักก็ไม่ไหวละ เลยเอากระดาษแล้วไปเข้าอีกรอบ ยังไงก็ต้องยอมล่ะเพราะมันไม่ไหวแล้ว

๐๓๖ | เที่ยวปีใหม่ ๑/๔

January 6th, 2010

เที่ยวปีใหม่..วันแรก

ปีใหม่นี้เป็นครั้งแรกในรอบ ๒๕ ปีที่ได้ไปเที่ยวในช่วงปีใหม่!! (นับนิ้วดูแล้วก็…ตั้งแต่ลืมตามาดูโลกมานั่นแหละ = =;)

ไหนๆ อุตส่าห์ได้ไปทั้งทีก็จัดนอกประเทศไปเล้ย (ดีนะไม่นอกโลก) ถ้านับนิ้วไม่ผิดทริปนี้มีผู้ร่วมเดินทางทั้งหมด ๑๕ ชีวิตไม่รวมไกด์และหัวหน้าทัวร์ ได้แก่ ครอบครัวของผม(๔คน) ครอบครัวลุง(๔คน) น้าของผม ๒ คน ครอบครัวเพื่อนของลุง(๓คน) และลูกน้องของลุงคือพี่แมนกับพี่เจน ๒ คน (มารู้หลังจากกลับมาแล้วว่าพี่เจนเป็นสัตวแพทย์..โอ้ว หน้าไม่ให้เลยครับ​พี่ >_<;;)

โปรแกรม ๔ วัน ๓ คืน เสิ่นเจิ้น-มาเก๊า-ฮ่องกง เริ่มออกเดินทางวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๒ เวลาประมาณ ๘ – ๙ โมงเช้า ออกจากบ้านประมาณ ๗​ โมงกว่าและที่สำคัญดั๊นนน..ลืมกระเป๋ากล้อง(D80) กว่าจะรู้ก็นั่งแท็กซี่ไปครึ่งทางละ

อารมณ์หงุดหงิดหัวเสียพอสมควร อยากกลับไปเอาก็ไม่ได้ นานๆ จะได้ถ่ายรูปซักที ดันลืมเอากล้องไปซะฉิบ! ยังดีเอากล้องวิดีโอไว้อีกกระเป๋า ไม่งั้นเสียแรงที่ซื้อมาเลยนะเนี่ยเพราะซื้อมาเพื่อมาถ่ายงานนี้โดยเฉพาะ แต่ที่ชาร์จก็ดันอยู่ในกระเป๋าที่ลืมเอามา ดังนั้น ๔ วันนี้ก็ต้องประหยัดแบตฯ กันสุดๆ สำหรับกล้องถ่ายวิดีโอ

สุดท้ายก็ซื้อกล้องใหม่ที่สนามบิน เนื่องจากมี DSLR อยู่แล้วก็เลยซื้อแบบ compact ใช้แก้ขัดไปก่อนละกัน ไอ้เราก็ไม่รู้ข้อมูลกล้อง compact ว่าเดี๋ยวนี้มันไปถึงไหนกันแล้ว แต่ในใจก็อยากได้แบบ RF อยู่เหมือนกัน ไปยืนจับๆ ดู ก็ลังเลระหว่าง LX3 กับ GF1 ซึ่งราคาก็ค่อนข้างต่างกันเยอะทีเดียว (๑๘,๐๐๐ กับ ๓๐,๐๐๐ บาท) เนื่องจากคิดว่ามันเป็น compact เหมือนๆ กันสุดท้ายก็เลือก LX3 เพื่อเซฟเงินแต่ก็ต้องโคตรเสียดายเพราะมารู้ทีหลังว่า GF1 แม่งกล้องเมพนี่หว่า!!! (GF1 เป็นกล้อง micro4/3 ไม่ใช่ compact ธรรมดา) TwT

๐๓๕ | รถไฟฟ้ามาหานะเธอ หนังรักของคนโสด!?

October 20th, 2009
Poster รถไฟฟ้ามาหานะเธอ

Poster รถไฟฟ้ามาหานะเธอ

อำนวยการสร้าง : จิระ มะลิกุล, เช่นชนนี สุนทรดารทูล, สุวิมล เตชะสุปีนัน, วรรณฤดี พงษ์สิทะศักดิ์
ดำเนินงานสร้าง : บริษัทจอกว้างฟิลม์
ผู้กำกับ : อดิสรณ์ ตรีสิริเกษม
บทภาพยนตร์ : เบ็ญจมาภรณ์ สระบัว, นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์, อดิสรณ์ ตรีสิริเกษม
กำกับภาพ : สมบูรณ์ พิริยะภักดีกุล และ จิระ มะลิกุล
ลำดับภาพ : วิชชพัชร์ โกจิ๋ว, ธรรมรัตน์ สุเมธศุภโชค, ปนายุ คุณวัลลี
ออกแบบงานสร้าง : โสภณ พูลสวัสดิ์
ออกแบบเสียง : Apollo Lao2001, หัวลำโพง ริดดิม
ออกแบบเครื่องแต่งกาย : สุธี เหมือนวาจา
นักแสดง : ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์, คริส หอวัง, อังศุมาลิน สิรภัทรศักดิ์เมธา

รถไฟฟ้ามาหานะเธอ น่าจะเรียกได้ว่าเป็นหนังรักให้กำลังใจ(สาว)คนที่ยังไม่มีคู่ เพราะหนังรักส่วนใหญ่จะเป็นชายจีบหญิงมากกว่า แต่เรื่องนี้เป็นหญิงจีบชาย!?

ทำไมถึงเรียกว่าหนังรักของคนโสด? ในเมื่อมันก็เป็น romantic comedy เหมือนเรื่องอื่นๆ..เอ ไม่รู้สิครับ แต่ผมรู้สึกอย่างนั้นอ่ะ (กำปั้นทุบดินจริงๆ) คือเรื่องอื่นๆ รู้สึกว่าต้องไปดูกับแฟน คนโสดไปดูก็มีแต่เศร้าที่ไม่มีคู่(อย่างนั้นบ้าง) แต่เรื่องนี้รู้สึกว่ายังไม่มีแฟนก็ดูสนุกได้ และบางคนบอกว่าดูจบแล้วทำให้อยากหาคู่อีกต่างหาก!!

กระแสหนังเรื่องนี้แรงมาก จนผมนึกว่าหนังมันเข้าโรงนานแล้วด้วยซ้ำ เพราะได้ยินคนพูดถึงก่อนที่หนังเข้าร่วมเดือนหรือเป็นเดือนได้เลยมั้งเนี่ย

และใน “ตัวอย่างหนัง” ยังมีหล่นประโยคเด็ดเช่น “เพราะอยู่กับพวกมึงไง ถึงไม่มีใครมาจีบ” ซึ่งน่าจะไปกระแทกใจสาวน้อยสาวใหญ่ติดเพื่อนที่ยังโสดอยู่หลายคน

หรือ “แฟนเค้าไม่ได้มีไว้ให้อยู่ด้วยกันตลอดเวลา แต่มีไว้ให้รู้ว่าอย่างน้อยก็ยังมีอีกคนนึงที่รักเราอยู่” ซึ้ง..

หรือ “ถ้าเวลากินข้าวต้องกินคนเดียว ไม่มีเวลาให้เรา ไม่ได้อยู่ด้วยกัน แล้วจะมีแฟนไปทำไม” แรง..

จากการสังเกตการณ์สิ่งที่ทำให้หนังกระแสแรงน่าจะเป็น
1. เป็นหนังแนว Romantic Comedy
2. ผู้หญิงจีบผู้ชายก่อน ไม่ค่อยมีใครทำ
3. มีประโยคเด็ดๆ หลุดออกมากับตัวอย่างหนังเยอะ ทำให้หลายคนอยากดู
4. ตัวอย่างหนัง โปสเตอร์ MV ต่างๆ ที่ออกมายั่วน้ำลาย
5. และขาดไม่ได้…เคน ธีรเดช = =;;;

ฉากในหนัง

ฉากในหนัง

หลายปากบอกว่าสนุกเป็นนักหนา เลยต้องยอมเสียเงินเข้าไปพิสูจน์ให้เห็นกับตาตัวเอง ;P โดยที่ผมไม่ได้ดูหนังไทยในโรงมานานมากแล้วเพราะรู้สึกเหมือนโดนหลอกทุกเรื่อง เดี๋ยวนี้ใช้วิธีโหลดมาดูก่อนถ้าสนุกก็ซื้อ DVD อีกที สำหรับในโรงก่อนเรื่องนี้ถ้าผมจำไม่ผิดน่าจะเป็น แสบสนิทศิษย์ส่ายหน้า

เกริ่นมาเยอะแล้ว เข้าเรื่องเลยดีกว่า ตั้งแต่บรรทัดนี้ไปคนที่ยังไม่ได้ดูแล้วคิดว่าจะไปดู ไม่ต้องอ่านนะครับ สปอยล์แน่นอน ^^;;

๐๓๔ | ๒ ปี ๑๐ เดือน

October 9th, 2009

คืนวันที่ ๙ มกราคม ๒๐๐๗ คือวันที่รับรู้ว่า iPhone มีตัวตนอยู่บนโลกจากการพรีเซนต์ของ Steve Jobs ในงาน MacWorld ซึ่ง ณ เวลานั้นมันช่างดูไฮเทค ล้ำสมัย หะรูหะรามากๆ การใช้หน้าจอแบบ touch screen โดยใช้นิ้วล้วนๆ ไม่ต้องพึ่ง stylus ระบบ multi-touch สำหรับการใช้งาน รวมทั้ง design ที่เรียบหรูตามฉบับ Apple inc. และราคาถูกมาก โดยมารู้ทีหลังว่าเป็นราคาติดสัญญา ๒ ปี กับทาง AT&T

นับตั้งแต่วันนั้นก็รู้สึกอยากได้มาตลอด ตั้งใจว่าจะต้องมีไว้ในครอบครองให้ได้โดยไม่รู้ว่าเมื่อไหร่เหมือนกัน แต่เครื่องล็อตแรกๆ ก็มีขายในอเมริกาเท่านั้นและติดสัญญากับทาง AT&T หากต้องการฉีกสัญญาต้องเสียเงินเพิ่ม รวมเบ็ดเสร็จน่าจะอยู่ราวๆ ๓๐,๐๐๐ บาทได้ คนที่หิ้วเข้ามาขายในไทยราคาต้องแพงกว่านั้นแน่นอน ดังนั้นราคาในตอนนี้จึงไม่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง

ต่อมาเริ่มมีการเปิดตัว iPhone ในแถบยุโรป และเช่นเดิมราคาของโทรศัพท์ยังคงพ่วงกับสัญญาการใช้บริการอยู่ แต่ก็มีบางประเทศที่ขายเครื่องเปล่าแบบ official unlock แต่ราคาก็สูงมากเช่นกัน หลังจากนั้นจึงเริ่มเข้ามาทำตลาดในเอเชียแต่..บนแผนที่โลกของ Apple ยังไม่มี Thailand T^T

๐๓๓ | เที่ยวทะเลหน้าฝน (ก็คนมันอยากไป) ตะลอนกิน#๓ มุมอร่อย

October 5th, 2009

เกิดจากความอยากไปตากลมริมทะเลตั้งแต่เดือนกรกฏา แต่ยังไม่มีโอกาสได้ไปซักที จนกระทั่งได้ฤกษ์ไปเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา(๒๘ ก.ย.) ตั้งใจว่าจะไปแถวชลบุรี พัทยานี่แหละใกล้ดี แถมช่วงนี้ฝนตกถี่ซะด้วยไม่รู้ว่าวันที่ไปจะเจอฝนรึเปล่า

ไปถึงบ้านกุ๊กตอน ๘ โมงกว่าๆ กินก๋วยเตี๋ยวเสร็จ ทำธุระอะไรเสร็จก็เตรียมเดินทาง

ออกเดินทางจากบ้านกุ๊กเกือบๆ ๙​ โมง เปิดเนวิเกเตอร์ตั้งจุดหมายที่พัทยาแล้วซัดยาวไปเลย ขึ้นโทรลเวย์แล้วอัดยาว บนหน้าจอเนฯ ระยะทางที่เหลือ ๑๓๔ กิโลเมตร.. โอ้ว..ไกลขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย เวลาที่คาดว่าจะถึง ๑๑.๔๕ น. นั่นมันจะแตะเที่ยงแล้วนะนั่น แต่ไปถึงจริงๆ เวลาเกือบๆ ๑๑ โมง.. กดหนักเหมือนกันแต่ไปติดๆ ในตัวเมืองชลฯ หุหุ

PATTAYA CITY

PATTAYA CITY

ไปถึงหาดพัทยา โอ๊ะ..มีเซ็นทรัลอยู่ติดหาดด้วยแฮะ เลยเลี้ยวเข้าไปจอดในห้างฯซะเลย หลังจากจอดรถเสร็จเดินออกมาที่หาดก็ต้องรู้สึกผิดหวังสุดๆ เพราะหาดมันจะสั้นไปไหนนักหนา กางเตียงผ้าใบได้ประมาณ ๓ แถว ก็ชนทะเลแล้ว บางเตียงจ่อริมน้ำเลยประมาณว่านั่งเอาเท้าแช่น้ำให้คลื่นซัดเล่นเลย ซึ่งมันก็คงจะดีนะ”ถ้าน้ำมันสะอาด”