เที่ยวปีใหม่..วันแรก
ปีใหม่นี้เป็นครั้งแรกในรอบ ๒๕ ปีที่ได้ไปเที่ยวในช่วงปีใหม่!! (นับนิ้วดูแล้วก็…ตั้งแต่ลืมตามาดูโลกมานั่นแหละ = =;)
ไหนๆ อุตส่าห์ได้ไปทั้งทีก็จัดนอกประเทศไปเล้ย (ดีนะไม่นอกโลก) ถ้านับนิ้วไม่ผิดทริปนี้มีผู้ร่วมเดินทางทั้งหมด ๑๕ ชีวิตไม่รวมไกด์และหัวหน้าทัวร์ ได้แก่ ครอบครัวของผม(๔คน) ครอบครัวลุง(๔คน) น้าของผม ๒ คน ครอบครัวเพื่อนของลุง(๓คน) และลูกน้องของลุงคือพี่แมนกับพี่เจน ๒ คน (มารู้หลังจากกลับมาแล้วว่าพี่เจนเป็นสัตวแพทย์..โอ้ว หน้าไม่ให้เลยครับพี่ >_<;;)
โปรแกรม ๔ วัน ๓ คืน เสิ่นเจิ้น-มาเก๊า-ฮ่องกง เริ่มออกเดินทางวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๒ เวลาประมาณ ๘ – ๙ โมงเช้า ออกจากบ้านประมาณ ๗ โมงกว่าและที่สำคัญดั๊นนน..ลืมกระเป๋ากล้อง(D80) กว่าจะรู้ก็นั่งแท็กซี่ไปครึ่งทางละ
อารมณ์หงุดหงิดหัวเสียพอสมควร อยากกลับไปเอาก็ไม่ได้ นานๆ จะได้ถ่ายรูปซักที ดันลืมเอากล้องไปซะฉิบ! ยังดีเอากล้องวิดีโอไว้อีกกระเป๋า ไม่งั้นเสียแรงที่ซื้อมาเลยนะเนี่ยเพราะซื้อมาเพื่อมาถ่ายงานนี้โดยเฉพาะ แต่ที่ชาร์จก็ดันอยู่ในกระเป๋าที่ลืมเอามา ดังนั้น ๔ วันนี้ก็ต้องประหยัดแบตฯ กันสุดๆ สำหรับกล้องถ่ายวิดีโอ
สุดท้ายก็ซื้อกล้องใหม่ที่สนามบิน เนื่องจากมี DSLR อยู่แล้วก็เลยซื้อแบบ compact ใช้แก้ขัดไปก่อนละกัน ไอ้เราก็ไม่รู้ข้อมูลกล้อง compact ว่าเดี๋ยวนี้มันไปถึงไหนกันแล้ว แต่ในใจก็อยากได้แบบ RF อยู่เหมือนกัน ไปยืนจับๆ ดู ก็ลังเลระหว่าง LX3 กับ GF1 ซึ่งราคาก็ค่อนข้างต่างกันเยอะทีเดียว (๑๘,๐๐๐ กับ ๓๐,๐๐๐ บาท) เนื่องจากคิดว่ามันเป็น compact เหมือนๆ กันสุดท้ายก็เลือก LX3 เพื่อเซฟเงินแต่ก็ต้องโคตรเสียดายเพราะมารู้ทีหลังว่า GF1 แม่งกล้องเมพนี่หว่า!!! (GF1 เป็นกล้อง micro4/3 ไม่ใช่ compact ธรรมดา) TwT
เอาละหลังจากได้กล้องมาก็ขึ้นเครื่องแบบคู่มือยังไม่ทันได้เปิดอ่านกันเลย แบตฯ ก็ใหม่ๆ ซิงๆ ยังไม่ได้ชาร์จ เอาล่ะมุ่งหน้าสู่เกาะฮ่องกง…
ถึงฮ่องกงประมาณบ่ายสาม เนื่องจากเครื่องมีดีเลย์ด้วย (ดีเลย์ตั้งแต่ก่อนขึ้น ตามโปรแกรมเครื่องออก ๑๑ โมงแต่กว่าจะได้ขึ้นเครื่องน่ะ ๑๑ โมงกว่า) ออกจากสนามบินก็รับรู้ได้ถึงอากาศที่เรียกว่าค่อนข้างเย็นเลยทีเดียว จัดการเอาเสื้อหนาวออกมาใส่กันถ้วนหน้า ผ่านตม. ออกจากฮ่องกงเข้าสู่เสิ่นเจิ้นมาได้แบบรวดเร็วไม่มีปัญหา
เราก็ขึ้นรถข้ามสะพานเดินทางเข้าสู่เสิ่นเจิ้นที่หมายแรก กว่าจะถึงเสิ่นเจิ้นเวลาตอนนั้นก็น่าจะประมาณสี่โมงกว่า คือเริ่มไม่มีแดดแล้ว เราก็เปลี่ยนรถเพื่อนั่งไปชมเมืองจำลองของจีน (คล้ายๆ เมืองโบราณบ้านเรา แต่เมืองโบราณบ้านเราเจ๋งกว่าเยอะ!)
ถึงเมืองจำลองน่าจะเกือบ ๖ โมงเย็นได้แล้วเพราะรถติดด้วย แดดเริ่มหมดจนคิดว่าถ่ายรูปไม่น่าจะสวยละ จะขอเปลี่ยนมาพรุ่งนี้แทนก็ไม่ได้ ไกด์(คนจีนพูดไทยได้)อ้างว่าถ้ามาพรุ่งนี้จะไม่มีโชว์ให้ดูนะ เพราะโชว์มีวันละรอบตอนประมาณทุ่มนึง ก็จำใจต้องไปกัน ไปถึงก็มืดๆ มีรถรางให้นั่งชมรอบๆ แบบมืดๆ ไม่มีเปิดไฟส่องด้วยนะ รถก็วิ่งไปช้าๆ ดูไปก็จะเป็นแบบเมืองจำลองของเล่นซะมากกว่า เหมือนเป็นโมเดลเล็กๆ ไม่ได้เป็นแบบเมืองโบราณบ้านเราที่ขนาดเท่าของจริง ที่เมืองจำลองของจีนเป็นแบบย่อยส่วนเกือบทั้งหมด
พอนั่งรถครบรอบ..เรียบร้อยฟ้ามืด (จริงๆ มันก็มืดตั้งแต่อยู่บนรถแล้วล่ะ นั่งไปในความมืดมองอะไรก็ไม่เห็น) แล้วจะให้ถ่ายอะไรวะ! มีเวลาให้เดินถ่ายรูปอยู่แถวทางเข้าประมาณ ๓๐ นาทีเสร็จแล้วจะมีการแสดงให้ดูซึ่ง..การแสดงสนุกมากกก ดูไปหลับไป ฮ่วย!!
สถานที่ที่ใช้จัดการแสดงเป็นแบบเปิด ไม่มีหลังคาซึ่งพอเริ่มดึกอากาศก็ยิ่งเย็นขึ้นกว่าเดิม เรียกว่าเริ่มหนาวเลยแหละ แล้วพอใกล้ๆ จะจบฝนดันตกอีก เอ้า..เอาเข้าไป
พอดูการแสดงจบก็ออกมากินข้าว มื้อแรกในทัวร์นี้..เข้ามานั่งในร้านก็รู้สึกดีขึ้นหน่อยเพราะอุ่น โต๊ะจีนแบ่งนั่งกัน ๒ โต๊ะ..อาหารมาวางพรึ่บๆ หน้าตาแปลกๆ ข้าวมาเป็นหม้อเลยแข็งๆ หน่อย แล้วก็มีน้ำแกงมาวางบนโต๊ะ..โอ้ควันพวยพุ่ง เดี๋ยวจะซดร้อนๆ ให้หายหนาวเลย ซู้ดดดด…เย็นเฉียบ!! บัดซบ!!..แล้วควันที่เห็นมันคืออะไรวะ!!
อาหารอยากจะบอกว่าแม่งโคตรรรรรรรร..ไม่อร่อยเลย มีผัดผักอยู่จานนึงมีอะไรซักอย่างหนึ่งหน้าตาคล้ายแฮมแบบเป็นเส้นๆ เล็กๆ ไอ้เราเอามากินกัดเข้าไป..กรุบ จืดสนิทพลาดซะแล้วไม่ใช่แฮมนี่หว่า TwT และแน่นอนว่าไม่ใช่คนเดียวที่พลาด จนต้องถามไกด์ว่านี่มันอะไร??
ไกด์คีบมาดูแล้วตอบออกมาทันทีว่า….”แฮม” เสียงสวนกลับทั้งโต๊ะ”ไม่ใช่..ไม่ใช่แฮม” “แฮม..เนี่ยยังไงก็แฮม” “เอ้าไม่เชื่องั้นลองกินดู”…ไกด์คีบเข้าปาก..”กรุบ” แฮมบ้านเจ๊กัดดังกรุบ!! หัวเราะแหะๆ สรุปก็ไม่ใช่แฮม แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าคืออะไร เพราะไกด์ก็บอกไม่ได้! (แล้วเอาอะไรมาให้กรูกินเนี่ย) คิดว่าคงเป็นผักอะไรซักอย่าง แต่สีมันเหมือนแฮมจริงๆ = =;;
หลังจากกินเสร็จแบบจำใจอิ่ม (ตั้งความหวังไว้ที่มาม่าแถวๆ โรงแรม = =;) ก็เดินทางไปโรงแรมเพื่อพักผ่อน(วันแรกเที่ยวที่เดียวก็หมดวันละ!) ไกด์คุยว่าโรงแรมนี้ระดับสิบดาวเลยทีเดียว (แต่มีเสียงกระซิบแถวหลังรถว่า มาเมืองจีนถ้าคุณอยากได้แบบร้อยดาวก็มีให้!) แต่ก็เรียกว่าโรงแรมวันนี้หรูที่สุดแล้วล่ะ ในโรงแรมมีสัญญาณ wi-fi แต่เล่นเน็ตไม่ได้ ก็เลยใช้ skype ใน iPhone โทรไม่ได้ ห้้องกว้างพอสมควรมีสายแลนให้เล่นอินเตอร์เน็ตได้ฟรี (หลังจากวันนี้ไม่มีโรงแรมที่เล่นเน็ตได้ฟรีแล้ว ซึ่งก่อนมาคิดว่าจะมีให้ใช้ฟรีทุกที่)
พอต่อเน็ตกับ MBP ได้ก็ใช้ skype โทรกลับมาหากุ๊ก ตอนนั้นน่าจะราวๆ สี่ทุ่มกว่าที่จีนก็ประมาณสามทุ่มกว่าที่ไทย คุยกันแป็บนึงก็วางแล้วเดี๋ยวค่อยคุยใหม่ หลังจากวางก็ไปตามพี่แมนมาโทรบ้าง เพราะเค้าอยากจะโทรกลับหาแฟนเค้าเหมือนกัน ซึ่งโปรฯ skype ของเรามันจ่ายเหมาไปแล้วก็เลยเรียกพี่เค้ามาช่วยๆ กันใช้หน่อยเดี๋ยวไม่คุ้ม
หลังจากนั้นพวกน้าๆ แม่ผมและน้องก็ออกไปซื้อมาม่าและของกินอื่นๆ มาตุนกัน เพราะคิดว่าคงฝากท้องไว้กับอาหารเมืองจีนไม่ได้แล้วล่ะ = =;
หลังจากกินอะไรกันเสร็จก็แยกย้ายกันไปนอน พรุ่งนี้ต้องตื่นตั้งแต่ประมาณ ๗ โมงกินข้าวเสร็จก่อน ๙ โมงแล้วก็เริ่มเที่ยวตามโปรแกรมกันต่อ.. ติดตามตอนต่อไป



