aHuii.com

บล็อกของอาฮุย :)

๐๘๘ | รีวิวเมาส์ Logitech MX Master

May 1st, 2017

หลังจากใช้งานเมาส์ตัวนี้มาประมาณ 7 เดือน วันนี้จะมาเล่าให้ฟังครับว่ามันดีหรือไม่ดียังไง

เมาส์ตัวก่อนหน้านี้ที่ผมใช้อยู่ประจำก็คือ Logitech Performace MX เอาไว้ใช้งานทั่วไป ซื้อจาก Lazada มา 2,559 บาท ตั้งแต่ปี 2013 สมัยนั้นยังมีโค้ดวันเกิดลด 400 บาทอยู่เลย แน่นอนว่าเป็นวันเกิด(อยากจะซื้อ สมัครสมาชิกแล้วใส่วันเกิดเป็นวันนั้นแล้วก็กดซื้อเลย)คุ้มมากครับ กับอีกตัวคือ Razer Ourobouros ซื้อทีหลังประมาณ 2 ปี อันนี้เดินซื้อในห้างโดนไป 5,990 บาทเอามาเล่นเกมส์ โคตรแพงเลยเนอะแถมผมว่าไม่คุ้มราคานะ ครบปีก็เริ่มมีอาการคลิกเบิ้ลละ

ส่วน MX Master ที่จะมาเล่าให้ฟังวันนี้เป็นเมาส์ที่ออกมาตั้งแต่ปี 2015 แล้วแต่ยังเรียกว่าเจ๋งอยู่เพราะปีที่แล้วก็ยังได้รับการจัดอันดับให้เป็น Best Mouse ปี 2016 จากหลายสำนักอยู่เหมือนกันนะเพราะตอนนั้นหาข้อมูลเตรียมซื้อ ลองค้นดูคร่าวๆ ณ วันนี้ก็เห็นว่าติดอยู่ top 5 อยู่นะ โดยเป็นอันดับ 1 ของเว็บ Digitaltrends.com กับอันดับ 2 ของเว็บ Techradar.com

Logitech MX ทั้ง 3 รุ่น

โดย MX Master เรียกได้ว่าเป็นรุ่นที่ 3 ของ Series MX โดยรุ่นแรกคือ MX Revolution (2006) ที่มีลูกกลิ้งด้านข้างเพิ่มขึ้นมา ต่อมาคือ Performance MX (2009) ที่ตัดเอาลูกกลิ้งด้านข้างออกไป (อันนี้ที่ผมมี และเพิ่งมารู้ที่หลังว่าต่างประเทศด่าตัวนี้กระจายเลย ฮ่าๆๆ) ตัวล่าสุดคือ MX Master (2015) ตัวนี้นี่เอง

โอเคพวกสเปคต่างๆ คุณสามารถหาอ่านได้จากเว็บของ Logitech อยู่แล้วดังนั้นผมไม่จำเป็นต้องไปพูดถึงอีก มาคุยกันเลยดีกว่าว่ามันมีดีตรงไหน

ข้อแรกเลยคือค่อนข้าง ergonomic รูปทรงเหมาะจับถนัดมือไม่เมื่อย

ข้อสองคือสามารถเชื่อมต่อได้ทั้ง Bluetooth หรือ ตัวรับแบบ usb สำหรับคนที่ไม่ชอบพกตัวรับ usb ก็สามารถต่อผ่าน BT ได้เลย และสามารถจำไว้ได้ถึง 3 เครื่องกดสลับไปมาได้ง่ายๆ ที่ปุ่มด้านใต้เมาส์ แต่ๆๆ ถ้าต่อแบบ BT ถ้าไม่ได้ใช้เมาส์ซักพักมันจะ sleep เองค่อนข้างเร็ว เวลาขยับแล้วจะมีหน่วงตอนแรกนิดนึงให้ชวนหงุดหงิดเล็กๆ (ช่วง reconnect หลังจาก sleep) แต่ถ้าต่อกับตัวรับ usb จะไม่มีอาการนี้ ตอนแรกผมก็ต่อกับ BT หรอกแต่ทิ้งเมาส์ไว้ 3-5 นาทีก็หลับแล้วเลยหงุดหงิดเสียบ usb ก็ได้วะ

เนื่องจากมัน sleep ตัวเองค่อนข้างเร็ว ทำให้แบตค่อนข้างอึดและใช้ได้นาน เวลาชาร์จก็แป๊บเดียว สามารถชาร์จไปใช้ไปได้

เทคโนโลยี Darkfield ที่สามารถใช้งานได้ทุกพื้นผิวแม้แต่กระจก อันนี้ก็ถือว่าสะดวกดี

แต่ที่เจ๋งสุดๆ คือการปรับแต่งปุ่มได้อย่างอิสระของเมาส์ตัวนี้ โดยเมาส์ตัวนี้มีทั้งหมด 7 ปุ่มกับอีก 2 สกอร์ล และไม่ใช่แค่กดจึ้กๆ ได้แต่มันยังรองรับ Gesture ด้วย เอ้า..งงล่ะสิว่าจะรับ Gesture ได้ยังไง

ตอนแรกผมก็งงเหมือนกันว่าจะมารับ Gesture อะไรยังไงมันไม่ได้มีพื้นผิวสำหรับรับ Gesture เหมือน Magic Mouse ของ Apple ซักหน่อย แล้วก็มาอ๋อว่ามันรับค่า Gesture จากการกดปุ่มแล้วเลื่อนเมาส์เอานี่เอง ยกตัวอย่างเช่นผมตั้งค่าปุ่มตรงกลางไว้เป็น Gesture เวลาใช้งานก็คือกดปุ่มตรงกลางค้างไว้แล้วก็ลากเมาส์ไปทางซ้าย ขวา ขึ้น ลง ทางใดทางหนึ่ง นั่นก็แปลว่า 1 ปุ่มที่เป็น Gesture เนี่ยสามารถทำงานได้ 5 อย่างเลยทีเดียวเพราะมีการกดธรรมดาแบบไม่ลากเมาส์ด้วยอีก 1

หน้าต่างการปรับแต่งปุ่ม

แต่ตรงการปรับแต่งเนี่ยผมไม่แน่ใจนะว่าตัวอื่นทำได้หรือเปล่าเพราะมันเป็นการปรับใน Software ดังนั้นเมาส์ตัวอื่นๆ ของ Logitech ก็อาจจะทำได้ด้วยก็ได้ซึ่งมันแจ่มมากเลย

เมาส์เกมมิ่งทั่วไปจะสามารถตั้งค่า Profile เอาไว้ได้จะ 1 หรือ 3 หรือ 10 ก็แล้วแต่สเปคของเมาส์ ตัวนี้ตั้งค่า Profile ไม่ได้ครับแต่ๆๆ มันตั้งแยกการทำงานในแต่ละ App หรือโปรแกรมได้! เฮ้ย..ผมว่ามันเจ๋งกว่าตั้ง Profile อีกนะ เพราะส่วนใหญ่ที่ตั้งก็จะเป็นสำหรับเล่นเกมกันพวก dpi ปุ่มลัดโน่นนี่อะไรพวกนี้ แต่เวลาที่เราใช้งานทั่วๆ ไปเนี่ยไม่ค่อยได้ตั้ง Profile เฉพาะกันอยู่แล้ว เพราะเราใช้งานหลายๆ โปรแกรมพร้อมกัน

การเล่นเกมคือการที่เราใช้งานโปรแกรมนั้นๆ เพียงอย่างเดียวเป็นเวลานาน แน่นอนว่าการเลือกใช้เป็น Profile ก็ถือว่าเหมาะสม เมาส์เกมมิ่งต่างๆ ก็ทำมารองรับตรงนี้ แต่ถ้าเป็นการใช้งานทั่วไปล่ะ?

ยกตัวอย่างนะครับเวลาใช้งานสมมติเราเล่นเว็บก็เปิด Browser เข้าโน่นนี่นั่น บางทีก็เปิดเพลงฟังไปด้วยก็อาจจะมีการเปลี่ยนเพลง เลือกเพลง ระหว่างนั้นก็ก็อปไฟล์รูปที่ถ่ายมาวันนี้ลง HDD. ก็แสดงว่าเราใช้งานมากกว่า 1 โปรแกรมสลับกันไปมา (Browser, Media Player, File Manager) มีใครมานั่งเปลี่ยน Profile สำหรับใช้งาน iTunes หรือ Browser มั้ยครับ? ไม่มีแน่นอนเพราะบางครั้งเราใช้งานมันแค่แว้บเดียวเอง

ทีนี้การตั้งค่าปุ่มแยกแต่ละโปรแกรมมันเจ๋งยังไง? ยกตัวอย่างที่ผมใช้งานจริงเลยแล้วกัน เวลาเล่นฟอรั่ม/เว็บบอร์ดบางเว็บเวลากดอ่านกระทู้ก็จะไม่เปิดหน้าต่างหรือแท็บใหม่ให้ เราก็ต้องกด cmd+click เพื่อเปิดหน้าต่างใหม่เอง หรือเว็บที่ลิงก์เปิดหน้าต่างใหม่อยู่แล้วอย่างพันทิปเวลาคลิกปรกติก็จะเด้งไปหน้าแท็บใหม่เลย แต่บางทีเรายังอยากอ่านหัวข้ออื่นๆ ก่อนหรือชอบเปิดกองๆ ไว้หลายแท็บแล้วค่อยอ่านรวดเดียว

ผมก็เลยตั้งให้ปุ่มเล็กๆ ตรงกลางเป็น cmd+click เฉพาะใน Browser (Chrome, Safari, Firefox) ซะเลย ก็ใช้ปุ่มนี้แทนคลิกซ้าย พอกดปุ๊บก็จะเปิดกระทู้ในแท็บใหม่ปั๊บโดยที่เรายังอยู่ในหน้าหัวข้อกระทู้อยู่

หรือบางคนขี้เกียจเลื่อนเมาส์ไปคลิกเลือกแท็บใน Browser ก็สามารถตั้งให้สกอร์ลตรงนิ้วโป้งเป็นการเลื่อนแท็บไปมาซ้ายขวาได้ โดยพอไปใช้ในโปรแกรมอื่นเช่นโปรแกรมดูรูปก็ยังเป็นการเลื่อนสกอร์ลบาร์ซ้ายขวาเหมือนปรกติ โดยที่ไม่ต้องมานั่งเปลี่ยน Profile ให้เสียเวลา เรียกว่าลืมมันไปได้เลย

ยกตัวอย่างอีกซักหน่อยแล้วกัน อย่างเช่น

  • เซ็ตปุ่มสกอร์ลตรงกลางเฉพาะใน Browser ให้เปิดแท็บใหม่ ถ้ากดในโปรแกรมอื่นให้เป็นเปิดหน้า Widget (Mac)
  • เซ็ตปุ่ม Forward/Back ตรงนิ้วโป้งให้เปลี่ยนเพลงในโปรแกรมฟังเพลง อย่าง iTunes, Foobar, Winamp (ยังมีใครใช้อยู่มั้ย?) ถ้าใช้ใน Browser ก็จะทำงาน Forward/Back เหมือนปรกติ
  • เซ็ตปุ่มให้เป็นการ Copy กับปุ่ม Paste เฉพาะใน Finder หรือในโปรแกรม Text Editor ต่างๆ ลากเมาส์แล้วก็กดก็อป คลิกตำแหน่งแล้วก็กดวาง ไม่ต้องกดคีย์บอร์ดเลย

เห็นมั้ยครับว่าได้ใช้งานปุ่มต่างๆ ในหลายๆ โปรแกรมได้สบายๆ แบบไม่ต้องนั่งเลือก Profile เลยด้วยซ้ำคือมันแค่เซ็ตปุ่มที่เราถนัดๆ แล้วก็ Just work!

ตัว Software มีการอัพเดทพอสมควรผมใช้มา 7 เดือนมีการอัพเดทไป 3 ครั้งได้ ซึ่งก็เป็นไปในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ อันนี้คือรายการที่สามารถตั้งค่าให้กับแต่ละปุ่มได้

รายการทั้งหมดที่แต่ละปุ่มสามารถทำได้

มาดูข้อเสียกันบ้าง

  • คนใช้เมาส์ด้วยมือซ้ายหมดสิทธิ์
  • ตั้งมาโครไม่ได้
  • แบตถอดเปลี่ยนไม่ได้ ซึ่งใน Performance MX ใช้ถ่าน AA ก้อนเดียว ผมว่าง่ายกว่านะเพราะชาร์จสำรองเตรียมไว้ได้ เปลี่ยนได้ในกรณีแบตเสื่อม
  • ปุ่ม Forward/Back ตรงนิ้วโป้งกดไม่ค่อยถนัด สำหรับผมคิดว่าวางตำแหน่งไม่ค่อยดีเพราะมันต้องงอนิ้วเข้ามาเยอะเลยแล้วก็ต้องคลำๆ อีกต่างหากว่ามัน Forward หรือ Back ต่างกับ Performance MX ที่กดโดนง่ายกว่าเยอะ
  • ลูกกลิ้งตรงนิ้วโป้งน่าจะกดลงไปได้ด้วย ถ้ากดได้คิดว่าเป็นปุ่มที่น่าจะได้ใช้บ่อยปุ่มนึง

สรุป…ส่วนตัวผมว่า คุ้ม!

aHuii.com

บล็อกของอาฮุย :)