วันที่สอง วันนี้วันที่ ๓๑ ธันวาคม ตั้งเวลาปลุกไว้ที่ประมาณ ๖ โมงเช้า แต่ดันตื่นขึ้นมาก่อนประมาณครึ่งชั่วโมง ก็เลยไปเข้าห้องน้ำกะว่าจะได้มีเวลาอึสบายๆ ไม่ต้องรีบซักหน่อย แต่ก็ดันอึไม่ออกซะงั้น ก็ช่างมันไม่เป็นไร อาบน้ำเสร็จก็ออกมาเรียกน้องให้มันเข้าไปอาบต่อ อาบน้ำเก็บของเสร็จเรียบร้อยก็ประมาณ ๘​ โมงกว่า ลงไปกินข้าวที่ชั้น ๒ ของโรงแรม ข้าวเช้าของโรงแรมเรียกว่าสวรรค์ที่สุดแล้วสำหรับผม TwT เป็นแนวบุฟเฟต์ให้เดินตักเอาเอง ก็มีพวก แฮม เบคอน ไส้กรอก หมี่ ข้าวผัด โจ๊ก ไข่เจียวทรงเครื่อง (มีกุ๊กคอยทำสดๆ) ขนมปัง ประมาณนี้ ซึ่งรสชาติก็เรียกว่าใช้ได้เลยทีเดียว ดีกว่าที่กินเมื่อวานตอนเย็นมากกกกก ก็ซัดเข้าไปให้เต็มที่เพราะไม่รู้ว่าข้างหน้าจะเจอกับอะไรอีก ขอกินตุนไว้ก่อนล่ะ TwT เท่าที่จำได้ก็กินหมดทุกยอ่างนะ โจ๊กร้อนๆ กินกับไข่เจียวนี่อร่อยเลย แต่เบคอนเค็มไปนิด กว่ากินเสร็จครบทุกคนก็ประมาณ ๙ โมงครึ่ง ลากกระเป๋าลงไปรวมกันที่ lobby วันนี้เริ่มด้วยการช้อปปิ้งของก็อป ซึ่งก็ได้รับรู้สรรพคุณมาว่า..ใช้ไม่กี่ทีก็พัง แป็บเดียวก็พัง อย่างงู้นอย่างงี้ ทุกคนเลยไม่ค่อยอยากจะซื้ออะไรเท่าไหร่ แต่สุดท้ายไกด์ก็พาไปที่โกดังเพื่อให้เลือกซื้อ(ได้ค่านายหน้าว่างั้นเหอะ) แต่ก็ไม่มีใครซื้ออะไรออกมา เพราะแม่งก็อปแล้วยังเสือกแพงอีก […]
" /> ๐๓๗ | เที่ยวปีใหม่ ๒/๔ – aHuii.com

aHuii.com

บล็อกของอาฮุย :)

๐๓๗ | เที่ยวปีใหม่ ๒/๔

January 7th, 2010

วันที่สอง

วันนี้วันที่ ๓๑ ธันวาคม ตั้งเวลาปลุกไว้ที่ประมาณ ๖ โมงเช้า แต่ดันตื่นขึ้นมาก่อนประมาณครึ่งชั่วโมง ก็เลยไปเข้าห้องน้ำกะว่าจะได้มีเวลาอึสบายๆ ไม่ต้องรีบซักหน่อย แต่ก็ดันอึไม่ออกซะงั้น ก็ช่างมันไม่เป็นไร อาบน้ำเสร็จก็ออกมาเรียกน้องให้มันเข้าไปอาบต่อ

อาบน้ำเก็บของเสร็จเรียบร้อยก็ประมาณ ๘​ โมงกว่า ลงไปกินข้าวที่ชั้น ๒ ของโรงแรม ข้าวเช้าของโรงแรมเรียกว่าสวรรค์ที่สุดแล้วสำหรับผม TwT เป็นแนวบุฟเฟต์ให้เดินตักเอาเอง ก็มีพวก แฮม เบคอน ไส้กรอก หมี่ ข้าวผัด โจ๊ก ไข่เจียวทรงเครื่อง (มีกุ๊กคอยทำสดๆ) ขนมปัง ประมาณนี้ ซึ่งรสชาติก็เรียกว่าใช้ได้เลยทีเดียว ดีกว่าที่กินเมื่อวานตอนเย็นมากกกกก

ก็ซัดเข้าไปให้เต็มที่เพราะไม่รู้ว่าข้างหน้าจะเจอกับอะไรอีก ขอกินตุนไว้ก่อนล่ะ TwT เท่าที่จำได้ก็กินหมดทุกยอ่างนะ โจ๊กร้อนๆ กินกับไข่เจียวนี่อร่อยเลย แต่เบคอนเค็มไปนิด

กว่ากินเสร็จครบทุกคนก็ประมาณ ๙ โมงครึ่ง ลากกระเป๋าลงไปรวมกันที่ lobby วันนี้เริ่มด้วยการช้อปปิ้งของก็อป ซึ่งก็ได้รับรู้สรรพคุณมาว่า..ใช้ไม่กี่ทีก็พัง แป็บเดียวก็พัง อย่างงู้นอย่างงี้ ทุกคนเลยไม่ค่อยอยากจะซื้ออะไรเท่าไหร่ แต่สุดท้ายไกด์ก็พาไปที่โกดังเพื่อให้เลือกซื้อ(ได้ค่านายหน้าว่างั้นเหอะ) แต่ก็ไม่มีใครซื้ออะไรออกมา เพราะแม่งก็อปแล้วยังเสือกแพงอีก หลังจากนั้นก็ให้ไปเดินช็อปต่อในห้าง”เหลาหู่เซ็นเตอร์” ประมาณ MBK บ้านเราน่ะแหละ ก็อปทั้งห้าง มีแท้แค่สองอย่างคือ คนซื้อ กับ คนขาย

Welcome to COPY Grade AAA!

ต่างคนก็แยกกันเดินเป็นกลุ่มๆ เรียกรวมอีกทีประมาณ ๑๑.๓๐ น. ไอ้เราก็ตั้งใจว่าจะไม่ซื้ออะไรอยู่แล้วก็เดินดูไปเรื่อยๆ แล้วก็ออกไปถ่ายรูปกันนอกห้าง ตอนเช้าๆ ก็อากาศดีไม่มีแดด ลมเย็นๆ สบายๆ กดกันไปพอเพลินๆ ก็เกือบได้เวลาละ ก็ไปนั่งรอตรงที่เค้านัดกัน

ออกมาถ่ายรูปนอกห้าง

นั่งรอคนที่ยังไม่มา

หลังจากมากันครบก็แทบจะไม่มีใครได้อะไรเลย มีแต่พี่เจนที่ได้ของมาเป็นเสื้อหนาวกับรองเท้า ไกด์ก็พาเดินไปกินข้าวที่ภัตราคาร เอาละทีนี้ไอ้ที่มันไม่ยอมออกตอนเช้ามันมาประท้วงอยากออกตอนนี้แล้วสิ = =;;

ก่อนอาหารเสิร์ฟเดินไปเข้าห้องน้ำ..เปิดประตูเข้าไป ผ่าง!! โอ้ว..ไม่ไหวว่ะ = =; กูยอมอั้นไปขี้ที่โรงแรมดีกว่า กระดาษอะไรก็ไม่มี น้ำก็ไม่มี เดินกลับมาที่โต๊ะ อาหารมาลงคล้ายๆ เดิม และรสชาติก็คล้ายๆ เดิม มันๆ เลี่ยนๆ จืดๆ ไร้ความอร่อยสิ้นดี!

หลังจากกินไปได้ซักพักก็ไม่ไหวละ เลยเอากระดาษแล้วไปเข้าอีกรอบ ยังไงก็ต้องยอมล่ะเพราะมันไม่ไหวแล้ว

กินเสร็จไกด์ก็พาไปที่นึง คล้ายๆ จะเป็นศูนย์ขายสินค้า OTOP หรืออะไรประมาณนี้ของจีน ก่อนจะไปถึงก็จัดไปซักตำนานนึงก่อน “ปี่เซียะ” เล่าตั้งแต่อยู่บนรถจนไปถึง โอ้ว..ตัวใหญ่บิ๊กเบิ้มรออยู่หน้าทางเข้าเลยเว้ย

ปี่เซียะ(ผี่เซียะ)เป็นสัตว์ในจินตนาการของจีน จะคอยให้โชคลาภหรือหาโอกาสทำเงินให้กับเจ้าของที่เลี้ยง มี ๒ เพศ ตัวผู้กับตัวเมีย

ด้านในก็จะมีขายพวกใบชากระป๋อง จี้ห้อยคอปี่เซียะ พวกเครื่องประดับ สร้อย กำไล ฯลฯ คนจีนที่เป็นคนขายถึงกับพูดไทยเรียกขายของได้เลยล่ะ = =;; ถ้าจะเดินดูก็ห้ามสบตาเด็ดขาด เพราะพวกเจ๊ๆ แกตามตื๊อสุดๆ

สุดท้ายป๊าก็เสร็จปี่เซียะจักรพรรดิ์จนได้ โดนไปสองตัว ขอไม่บอกไม่ราคา = =; ประมาณว่าเดินออกมานี่ข้างในเปิดร้านฉลองเลยมั้ง!

ซื้อของเสร็จต่อไปก็ลงเรือไปเกาะมาเก๊า มาผ่านตม.ออกจากเสิ่นเจิ้น กว่าจะได้ขึ้นเรือก็ประมาณ ๔ โมงเย็นได้ นั่งเรืออีก ๑ ชั่วโมง คลื่นแม่งก็สุดๆ ชวนอ้วกมากๆ ขึ้นปุ๊บแนะนำว่าหลับตานอนไปเลยจะดีที่สุด

ผ่านไปหนึ่งชั่วโมงขึ้นฝั่ง..ผ่าน ตม. แต่..ตม. นี้แม่งเสือกให้รอโคตรพ่อโคตรแม่นาน ขึ้นฝั่งมาประมาณ ๕ โมงกว่ารอยัน ๖ โมงครึ่งยังไม่ผ่านตม. กันเลย!

กว่าจะหลุดออกมาได้ฟ้าก็มืด(อีก)แล้ว ไปกินข้าวแบบไม่อร่อยอีกหนึ่งมื้อเสร็จแล้วสถานีต่อไป The Venetian เวนิชจำลอง ไปถึงประมาณทุ่มกว่าๆ เข้ามาด้านในก็ต้องผิดคาด เพราะเวเนเชี่ยนที่ว่ามันอยู่ในห้าง! แล้วด้านในก็ทำเพดานเป็นท้องฟ้าจำลองและมันก็ยังสว่างอยู่! (แต่พอเวลาผ่านไป มันก็ปรับเป็นตอนกลางคืนได้ด้วย) ไกด์พาเดินนิดหน่อยก็นัดแนะจุดนับพบแล้วก็ปล่อยให้เดินตามอัธยาศัย ใครใคร่ช้อปก็ช้อป ใครใคร่ถ่ายรูปก็ถ่าย หรือใครอยากเสียเงินที่คาสิโนด้านล่างก็เชิญ เวลาตอนนั้นเกือบ ๒ ทุ่ม ถ้าจำไม่ผิดไกด์นัด ๓ ทุ่ม…ฮ่วย ให้เดินแค่ชั่วโมงเดียะ!

ด้านใน เวเนเชี่ยน

ด้านนอกมืดแล้ว แต่ฟ้าจำลองยังสว่าง

แต่ในเวเนเชี่ยนก็ไม่ได้หรูเลิศอลังการซักเท่าไหร่ ไอ้ตรงที่่ถ่ายรูปได้มันก็เหมือนๆ กันซะหมด ถ่ายได้ซักพักก็หมดมุมถ่าย แล้วก็หมดเวลาไปรวมกันแล้วไกด์ก็พาเดินออกมาด้านนอก..โอ้ว แม่เจ้า สวยกว่าด้านในอีก ทำไมไม่ให้กูมาถ่ายตรงนี้เนี่ย!! แล้วก็นั่นแหละออกจากเวเนเชี่ยนเดินถึงรถบัสประมาณ ๑๐ นาที มีเวลากดชัตเตอร์กันแค่นั้น วู้วววว..จุดสวยๆ ให้ถ่ายแป๊บเดียว….เซ็ง!

วิวด้านนอกเวเนเชี่ยน

ตึกที่มีเวเนเชี่ยนอยู่ด้านใน อลังการแบบนี้ได้ถ่ายแค่ ๕ นาที

ขึ้นรถมาก็ตรงไปที่โรงแรมที่จะพัก เก็บของขึ้นโรงแรมเรียบร้อย กะว่าจะได้พักละ จะได้เทสหา wifi โทร skype ซักหน่อย ยังไม่ทันที่จะได้ทำอะไร หรือดูว่ามีเน็ตใช้รึเปล่า ก็มีกลุ่มคนพลังเหลือเฟือมาเยี่ยมเยือนที่ห้องชวนออกไปถ่ายรูป + countdown ข้างนอกกัน บางคนก็จะไปหาอะไรกิน บางคนก็อยากไปถ่ายรูป บางคนก็อยากไปลองเล่นคาสิโน สรุป…ออกไปด้วยกันหมดเลย

คนอยากถ่ายรูปก็เดินไปถ่ายไป แล้วก็แวะเข้าคาสิโนลิสบัวก็กะว่าจะเล่นขำๆ แต่พอไปถึงดันแทบไม่มีอะไรที่อยากจะเล่นเลย เหมือนบ่อนกิ๊กก๊อกมากๆ มีตู้สล็อตเพียบ มีตู้โป๊กเกอร์เพียบ โต๊ะเล่น blackjack นิดหน่อย รูเล็ตอีกนิดหน่อย แล้วแต่ละคนก็อัดบุหรี่กันหน้าดำคร่ำเครียด ไม่มีโต๊ะเล่นโป๊กเกอร์เลย สรุปว่าที่พอจะใช้ฝีมือและดวงได้มีแค่ Blackjack นอกนั้นโดนแดกเรียบแหงๆ เพราะเล่นกับเครื่องทั้งนั้น สุดท้ายไม่มีใครได้เล่นอะไรเลย

เดินออกจากคาสิโนมาถ่ายรูปกันต่อ แล้วก็รอเวลา countdown ในใจก็กะว่าที่นี่เที่ยงคืน ที่ไทยก็ยังเพิ่ง ๕ ทุ่ม countdown ที่นี่เสร็จรีบกลับห้องก็ยังพอโทรกลับไทย countdown อีกรอบทัน

๕..๔..๓..๒..๑..ตู้ม พลุดังปังๆๆ เอ้า..เฮ countdown กลางฝูงชนครั้งแรกในชีวิต เสร็จเรียบร้อยเดินกลับโรงแรมบางคนก็อยากไปหาอะไรกินต่อ แต่เราไม่เอาละเดี๋ยวไม่ทัน ซื้อมาม่าไปต้มกินที่โรงแรมก็ได้ พอกลับมาถึงโรงแรม หาทางต่อเน็ต..เรียบร้อยมีแต่รูให้เสียบสายแลน แต่ไม่มีสายให้

๕ ๔ ๓ ๒ ๑...๒๐๑๐!!

เดินลงไปที่ lobby ด้านล่างถามที่ counter ได้ความว่า ๖๙$/night… “ok never mind, thank you.”

สรุป..คืนนี้ไม่ได้โทรกลับไป countdown เพราะหา wifi ที่ไหนไม่ได้เลย ได้แต่นึกในใจว่าคงเข้าใจนะ

เดินกลับขึ้นมาที่ห้อง กินมาม่าเสร็จแล้วก็อาบน้ำ หมดแรง..นอน ติดตามตอนต่อไป..